Posted in Fanfiction, Flufftober

Flufftober 2019 Day 17 : Sparkle

Title: Sparkle [Flufftober 2019 Day 17]

Pairings: BNior/NiorB [GOT7] แล้วแต่จะชิปโพไหนเลยค่ะ แต่ตอนนี้อาจจะออกไปทาง NiorB นิดนึง

Words: 1,090

Note/Warnings: จักรวาลเดียวกันกับ Flufftober day 1 (https://fairwazajawi.wordpress.com/2019/10/02/flufftober-2019-day-1-meal/) และ Flufftober day 9 (https://fairwazajawi.wordpress.com/2019/10/09/flufftober-2019-day-9-sleep/) ค่ะ

+++++++++++++++++++++

วันนี้เป็นคืนวันเสาร์ พัคจินยองสลัดมาดผู้จัดการแผนกสุดเนี้ยบ มาเป็นชายหนุ่มทั่วไปที่มานั่งร้านเหล้ากับกลุ่มเพื่อนสนิท

“เอ้า ชนแก้ว ๆ” แจ็คสันว่าพลางยกแก้วเหล้าขึ้นเป็นคนแรก ให้คนอื่น ๆ ยกแก้วขึ้นชนต่อ

“แจบอมขึ้นกี่โมง” มาร์คหันมาถาม “สามทุ่ม” เขาตอบ แล้วก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ อีกห้านาที แจบอมของเขาก็จะขึ้นร้องเพลงบนเวทีแล้ว

จินยองยังจำวันแรกที่เขาเจอคู่ชีวิตคนสำคัญของตัวเองได้ดี ตอนนั้นเขาอยู่ปีสามแล้ว และได้รับคำเชิญกึ่งบังคับจากแจ็คสัน เพื่อนข้างบ้านที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กให้ไปดูไลฟ์ในงานมหาวิทยาลัยซึ่งเจ้าตัวขึ้นแสดงในฐานะแรปเปอร์

แต่ในวันนั้น เขาสะดุดสายตากับชายหนุ่มคนหนึ่ง สูง ไหล่กว้าง มีเสน่ห์ดึงดูดให้มองตามแม้อีกคนจะเพียงแค่ขยับตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ เจ้าตัวขึ้นมาร้องเพลงและเต้นประกอบ และจินยองก็คิดว่าตัวเองตกหลุมรักคนบนเวทีเข้าแล้ว

ภาพของคนที่เคลื่อนไหวไปตามเสียงเพลงอย่างลื่นไหลดูอิสระ เสียงร้องทุ้มหวานที่จับใจใครต่อใคร การแสดงที่รุนแรง แต่ทำให้คนดูรู้สึกเร่าร้อน เด็กหนุ่มคนนั้นดูเปล่งประกายเสียจนจินยองรู้สึกเหมือนพวกเขาอยู่กันคนละโลก อีกฝ่ายเป็นใครที่ดูสูงส่ง ในตอนนี้ บางครั้งจินยองก็ยังรู้สึกแบบนั้น ไม่แน่ใจว่านี่เป็นความจริงหรือเป็นความฝัน ทั้งที่นับจากวันนั้นจนวันนี้จะปาไปสิบปีเศษแล้วก็ตาม

หลังจากที่พูดคุยกันไปได้สักพัก แสงไฟในร้านก็มืดลง ร่างของคนที่ผมคุ้นเคยดีก็ก้าวขึ้นมาบนยกพื้นเตี้ย ๆ นั่น แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก อีกคนอาจจะดูอวบอิ่มขึ้น ยิ้มง่ายขึ้น แต่ยังคงเป็นแจบอมที่เปล่งประกายท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์บนเวทีเสมอ

เพลงหวาน ๆ ที่ร้องโดยเสียงนุ่ม ๆ ทำให้หลายคนในร้านเคลิบเคลิ้ม จินยองไม่ว่าอะไรหรอก เพราะเขาเข้าใจคนเหล่านั้นดี แม้จะเป็นการนั่งร้องเพลงสบาย ๆ บนเก้าอี้บาร์นั่น แต่คนรักของเขาก็ยังคงมีออร่า ยังเป็นประกาย และเป็นที่จับตามองของทุกสายตาเมื่ออยู่บนเวทีเสมอ

หลังร้องเพลงจบ และหายเข้าไปหลังร้านกว่าครึ่งชั่วโมง แจบอมถึงได้ฤกษ์ออกมานั่งดื่มกับพวกเขา

“พี่แจบอม ตอนพี่ร้องเพลง มีคนมองพี่ไม่คลาดสายตาอยู่คนนึงแหละ” ยูคยอม รุ่นน้องที่สนิทกันมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยหันไปพูดกับนักร้องหนุ่ม แต่สายตากลับมองมาที่เขา ไม่ต้องให้ใครบอก เขาก็รู้ว่าเจ้าเด็กตัวโย่งนี่ตั้งใจจะล้อเลียนเขา แต่ถ้าถามว่าจินยองแคร์ไหม คำตอบก็คือไม่ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดให้ต้องละอาย แล้วก็ไม่ต้องหวังว่าเขาจะเขินม้วนต้วนเหมือนเด็ก ๆ ด้วย

แต่อาจจะต้องยกเว้นคนข้าง ๆ เขาไว้สักคน เพราะใบหน้าสวยซับสีฝาด จินยองคิดว่าอีกคนน่าจะเข้าใจความหมายโดยนัยของยูคยอมดี ในเมื่อตอนที่คนอายุมากกว่าอยู่บนเวที พวกเขาสองคนสบตากันไปตั้งหลายรอบ

“เขินเหรอ” พอเห็นแบบนั้น เขาก็อดแกล้งแหย่อีกคนไม่ได้

“เปล่าสักหน่อย” คนปากแข็งก็ยังคงกลัวเสียฟอร์มตามเคย และเขาก็ทำได้แค่หัวเราะเบา ๆ นึกเอ็นดูคนน่ารักที่ผ่านไปกี่ปีก็ไม่ได้เรียนรู้สักนิดว่าตัวเองไม่เหลือมาดอะไรให้รักษามานานแล้ว

“แต่พี่หน้าแดงนะ”

“จินยอง” อีกคนกระซิบเสียงดุ แต่หน้าเน่อแดงกว่าเดิมไปอีกโข ซึ่งมันไม่ได้ทำให้ใครกลัวสักนิด

“พอได้แล้วคร้าบ เลิกจีบกันได้แล้ว มดกัดพวกผมแย่แล้วคร้าบ” แบมแบม เพื่อนซี้ของเจ้าเด็กโย่งเมื่อกี้ว่าขึ้นบ้าง ทำให้คนขี้เขินของเขาหันไปโวยวายตามประสาศัตรูที่ไม่ตีกันสักครั้งเวลาไม่เจอหน้าก็เหมือนไม่ได้เจอกัน

“พี่แจบอม เรากลับบ้านกันไหมครับ” จินยองว่า ชวนอีกฝ่ายกลับเมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนกว่าแล้ว เขาเองก็ดื่มไปเยอะแล้ว และแจบอมเองก็คงเหนื่อยมากพอสมควรเช่นกัน

“ผมก็ว่าจะกลับแล้วเหมือนกันครับ” ยองแจ น้องอีกคนของพวกเขาว่า มาร์คกับแจ็คสันที่มาด้วยกันจึงอาสาไปส่งน้อง ปล่อยให้สองน้องเล็กที่บ้านอยู่ใกล้กันกลับไปด้วยกัน

“พี่แจบอม ยังไม่นอนอีกเหรอครับ” เขาทัก เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วยังเห็นอีกฝ่ายนั่งตาแป๋วอ่านหนังสืออยู่บนเตียง สภาพผมไม่ได้เซ็ตปรกหน้าปรกตา ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งย้วยกับกางเกงขาสั้น กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียง ทำให้เจ้าตัวดูต่างไปจากชายหนุ่มสุดฮอตบนเวทีเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน จินยองไม่คิดจะบอกอีกฝ่ายหรอกว่าเขาชอบภาพที่เห็นตรงหน้ามากขนาดไหน

ถ้าให้เขาเลือกระหว่างแจบอมที่เปล่งประกายเจิดจ้าบนเวที กับแจบอมที่แสนจะน่ารักเวลาอยู่กับเขา ชายหนุ่มคงใช้เวลาลังเลไปตลอดทั้งชีวิต

“รอนายนั่นแหละ มา ๆ นอนกันเถอะ”

พอเขาล้มตัวลงนอน และเอื้อมมือไปปิดไฟ คนที่ชอบทำตัวเหมือนแมวก็ขยับเข้ามาหา เขาจึงอดวางมือลงบนเอวคอดผิดกับไหล่กว้าง ๆ ไม่ได้

“วันนี้พี่ดูดีมากเลยนะครับ” เขาว่า ก้มลงสูดกลิ่นแชมพูหอม ๆ จากผมนิ่ม ๆ ของคนในอ้อมกอด

“ขอบคุณนะ ที่อุตส่าห์มาดู”

“ครับ จะพยายามไปบ่อย ๆ นะ” จริง ๆ จินยองก็พยายามไปดูอีกคนบ่อยเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เพราะอยากไปให้กำลังใจแจบอมเพียงอย่างเดียว แต่เขาหลงรักแจบอมที่อยู่บนเวทีมาก เท่ากับที่หลงรักแจบอมที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของเขาแบบนี้

“รักนายนะ จินยอง”

“รักเหมือนกันครับ”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s