Posted in Fanfiction

[One Shot – SixTONES] Besides Them

หายไปสองปี เพิ่งจะเข็นฟิคในหัวออกมาได้ รู้สึกได้เลยค่ะว่าสกิลตัวเองย่ำแย่ลงมาก แบบมาก ๆ เพราะไม่ได้แตะอะไรพวกนี้นานมาก ๆ เลย และทำให้เริ่มเข้าใจที่เห็นหลายคนพูดว่าพอเริ่มทำงานแล้ว จินตนาการจะหดหายไปอย่างรวดเร็ว ทางนี้รู้สึกหมดไฟมาก ๆ จนเครียดเลยค่ะ ทั้งที่มีเรื่องที่อยากเขียนมากมาย แต่เขียนไม่ได้ เป็นความรู้สึกที่แย่มาก ๆ เลย เลยหายไปตั้งสองปีจนได้ค่ะ ฮา

ยังอยู่กับเด็ก ๆ สโตนส์นะคะ มาแนวดราม่าอีกแล้ว แต่อ่านไปก็ขัด ๆ ใจตัวเองอยู่ค่ะ ในหัวคืออยากให้มันสุดกว่านี้ แต่ก็เอาเถอะค่ะ แค่ยังเขียนได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว ค่อย ๆ เขียนต่อไปเนอะ (พยายามให้กำลังใจตัวเองสุดค่ะตอนนี้ ฮา) มีก็แต่ต้องขอโทษคนอ่านนั่นล่ะค่ะ ที่ต้องมาอ่านฟิคที่ไม่ค่อยได้เรื่องยิ่งกว่าปกติเรื่องนี้ จะปรับปรุงต่อไปค่ะ สัญญา

ไม่ทอล์คเยอะแล้วเนอะคะ ไปเริ่มอ่านกันเลยดีกว่า สามารถคอมเมนต์ติชมได้เต็มที่เลยนะคะ เราจะเก็บไว้ปรับปรุงงานเขียนตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ แล้วก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ รัก //ปาหัวใจใส่

Title: Besides Them

Pairings: Hokuto, Juri, Shintaro, Kochi ft. Jesse x Taiga

Rate: PG13

โลกของโฮคุโตะเป็นโลกใบเล็ก ๆ

ในโลกใบนั้นมีคนสำคัญอยู่เพียงไม่กี่คน พ่อ แม่ ย่า พี่ชาย เพื่อนสนิท และสมาชิกวงอีกห้าคน จะดูเยอะก็ตอนที่เขานับแฟนคลับทั้งหมดลงไปในโลกใบจิ๋วนั้นด้วย

ในบรรดาคนสำคัญทั้งหมดนั้น คนที่เขายอมโอนอ่อนให้ด้วยมากที่สุด คือเจสซี่ เพื่อนร่วมวงตัวสูงใหญ่ ชายหนุ่มลูกครึ่งอเมริกาเสียงดีที่เป็นเซนเตอร์ของวงสโตนส์ อันที่จริง ถ้าไม่มีเจสซี่ โฮคุโตะก็คงมาอยู่ในจุด ๆ นี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ซึ่งสาเหตุที่เขายอมเจสซี่ไปหมดทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ซับซ้อนมากมายนัก

แค่เห็นอีกคนมีความสุข แค่อีกคนอยากทำ ไม่ว่าจะเป็นอะไร จะทำอะไร อยากได้อะไร โฮคุโตะคิดว่าเขาพร้อมทำให้ได้ทุกอย่าง โดยไม่ต้องมีอะไรมาตอบแทนเลย

เพราะคำว่า รัก คำเดียวสั้น ๆ ง่าย ๆ

แต่บางเวลา โฮคุโตะก็คิดว่าตัวเองอาจจะไม่ได้พร้อมให้ทุกอย่างกับอีกฝ่ายจริง ๆ อย่างที่เคยคิด

“พวกฉันไปก่อนนะ” ชายหนุ่มลูกครึ่งว่า พลางโอบไหล่ เคียวโมโตะ ไทกะ หนุ่มหน้าสวย เมนโวคอลของวงออกไปจากห้องแต่งตัว เพื่อไปเดทฉลองครบรอบสองปีที่เป็นแฟนกัน โดยมีเสียงโห่ฮาจากเพื่อนร่วมวงดังไล่หลัง

โฮคุโตะแอบก้มกัดริมฝีปากเบา ๆ ข่มความรู้สึก พยายามตีสีหน้าเรียบนิ่งอย่างที่เคยทำมาทุกครั้ง ทำเป็นก้มหน้าก้มตาเก็บของใส่กระเป๋า ดูแล้วดูอีกเหมือนกลัวตัวเองลืมของทั้งที่รู้แก่ใจดีว่าของพวกนั้นไปนอนอยู่ในกระเป๋าเขาตั้งนานแล้ว รอจนทุกคนในวงกลับบ้านไปจนหมด เขาจึงปล่อยให้ตัวเองนั่งนิ่ง ๆ ใช้เวลาเงียบ ๆ คนเดียว เหมือนทุกครั้งที่คู่รักคู่นั้นพากันไปเดทหลังเลิกงาน ย้ำบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร แค่คนสำคัญของเขาทั้งสองคนมีความสุขก็พอ

ย้ำให้ขึ้นใจว่าเขาต้องพร้อมให้ทุกอย่างกับคนสำคัญของเขาจริง ๆ

 

ทานากะ จูริ แรปเปอร์ของวงสโตนส์ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แล้วส่งยิ้มกว้างให้เพื่อนตัวเล็กที่มองหน้าเขาอย่างขอกำลังใจ วันนี้เป็นวันครบรอบสองปีที่คบกัน ไทกะที่อยากเตรียมเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เจสซี่ รีบมาถามไถ่ขอคำปรึกษากับจูริเป็นคนแรกล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ ซึ่งเขาก็พยายามให้คำปรึกษาหนุ่มหน้าสวยไปเท่าที่คนไม่เคยมีแฟนคนหนึ่งจะทำได้

ไม่ใช่ว่าจูริไม่มีโอกาสมีแฟนหรอก เขาเคยมีคนคุยอยู่บ้าง แต่ไม่เคยมีใครที่ไปต่อถึงขั้นคบกันได้เลยสักคน ไม่ใช่แค่เรื่องสถานะไอดอลเพียงอย่างเดียว แต่ยังไม่มีใครสักคนมาแทนที่เมนโวคอลคนสวยในใจของเขาได้เลย

อันที่จริง จูริก็พึงพอใจกับสถานภาพในปัจจุบันของตัวเองพอสมควร ไม่ได้เป็นแฟน ไม่ได้เป็นคนที่ไทกะรักแบบนั้น แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นเพื่อนคนสำคัญของไทกะ เป็นที่ปรึกษาที่อีกฝ่ายจะหันมาหาเป็นคนแรกยามมีปัญหา จริง ๆ ก็เป็นทุกอย่างแล้ว ยกเว้นเป็นคนรัก แต่สำหรับจูริ ไม่ว่าคนงามจะให้เขาเป็นอะไร เขาเป็นให้ได้ ทำให้ได้ทั้งนั้นแหละ

เขาแอบภาคภูมิใจนิดหน่อยที่ตัวเองเป็นคนแรกที่ไทกะยอมเปิดปากบอกว่าชอบเจสซี่ เห็นไหม รู้ก่อนไอ้หนุ่มลูกครึ่งอเมริกานั่นอีก จูริกล้าพูดได้เลยว่าสองคนนั่นไม่มีทางได้คบกันแน่ ๆ ถ้าจูริไม่เป็นจอมวางแผน คอยช่วยอยู่ข้างหลังแบบเงียบ ๆ ทั้งยุให้ไทกะบอกความรู้สึก แกล้งปั่นให้เจสซี่ได้รู้ใจตัวเองเร็ว ๆ เป็นศิราณีชั้นเลิศที่หาได้ยากยิ่ง

ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มนั้น ข้างในมันร้าวรานมากเพียงใด

 

ชินทาโร่แอบสังเกตมาหลายครั้งแล้ว ว่าทุกครั้งที่เจสซี่อยู่ในโลกส่วนตัวกันสองคนกับไทกะ จะมีคนสามคนที่ทำตัวแปลกไปจากปกติ หนึ่งคือทานากะ จูริ ที่มักจะมองตาม กลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง แล้วส่งเสียงเฮฮาไปตามวิสัย พยายามกลบเกลื่อนอะไรบางอย่างที่มันส่งผลให้ดวงตาคู่สวยไหวสั่นจนเขาเป็นห่วง

คนที่สองคือมัตสึมุระ โฮคุโตะ ที่จะก้มหน้าก้มตา ทำเหมือนตัวเองกำลังเช็คของในกระเป๋าสะพายที่เขามั่นใจว่าเจ้าตัวเองก็รู้ว่าของอยู่ในกระเป๋าครบหมดแล้ว แต่แค่หาเรื่องทำจนกว่าจะเหลือตัวคนเดียวในห้องแต่งตัว ชินทาโร่เคยพยายามจะรอแล้ว แต่ก็โดนไล่กลับไปก่อนเสียทุกที

ส่วนคนที่สาม ก็ไม่ใช่ใคร ตัวชินทาโร่เองนั่นแหละ ที่เผลอทำตัวแตกต่างไปจากปกติ ได้แค่มองซ้ายมองขวาดูโฮคุโตะที จูริที เขาไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแค่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น พอเอาไปปรึกษาโคจิ ยูโกะ พี่ใหญ่ที่ก็ทำเพียงส่ายหน้า และบอกว่าให้เขาช่วยทำตัวรื่นเริง อย่าให้สองคนนั้นจมหนักลงไปในห้วงอารมณ์มากก็พอ

นานวันเข้า ชินทาโร่เองถึงได้เข้าใจความนัยที่แฝงอยู่ในอากัปกิริยาแปลก ๆ เหล่านั้น และเขาก็ทำอะไรไม่ได้มากจริง ๆ อย่างที่โคจิเคยบอกเขาไว้ สิ่งที่เขาทำได้คือพยายามช่วยดึงเพื่อนไว้ ไม่ให้เศร้ามากขึ้น ถึงจะได้ผลน้อยครั้งกว่าล้มเหลว แต่ชินทาโร่ก็จะพยายาม จะดึงเพื่อนไว้ไม่ยอมปล่อยมือแน่ ๆ

จนสุดท้าย มันก็กลายเป็นคำสัญญาที่เขาให้เอาไว้กับตัวเอง ว่าถ้าหากใครคนใดคนหนึ่งทำท่าจะล้มลง ชินทาโร่จะเข้าไปช่วย จะประคับประคองใจช้ำ ๆ ของเพื่อนให้ผ่านไปให้ได้

เขาจะไม่ปล่อยให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกล่มลงไปแน่ ๆ

 

ความลำบากใจของคนที่พอคาดเดาทุกอย่างมาได้ตั้งแต่เรื่องกำลังจะเริ่มต้นครอบงำความคิดในหัวของโคจิทุกครั้งที่มองไปเห็นคู่รักสายร้องในวงสร้างโลกส่วนตัวกันอยู่สองคน

เขาความรู้สึกไวกว่าชินทาโร่ที่เพิ่งจะมารู้ตัวก็ตอนที่เจสซี่กับไทกะคบกันมาได้ตั้งปีแล้ว อย่างที่หลาย ๆ คนบอก เขาเป็นคนที่รับรู้ความคิดของคนอื่นได้เร็ว จับอารมณ์คนอื่นได้ดี อาจจะเพราะเขาเรียนครุศาสตร์ที่จำเป็นต้องรู้จิตวิทยาด้วย ทำให้เขารู้ว่าการเป็นแฟนกันของสองคนนั้นมันส่งผลกระทบกับคนอีกสองคนอย่างไร

เขาพอดูออกมาตั้งแต่ต้นว่าจูริชอบไทกะ ชอบมาก ๆ ชอบจนกลายเป็นรัก และใกล้จะเป็นหลงอยู่เต็มทีแต่เจ้าตัวมองตัวเองเป็นเหมือนหมาวัด ไม่ริอาจเอื้อมเด็ดดอกฟ้า ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะไทกะดันใช้ให้จูริเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่แรก ๆ ที่รู้ตัวว่าชอบเจสซี่เข้าแล้ว ไม่ต้องให้ใครมาตะโกนใส่หน้า ทั้งจูริทั้งโคจิก็รู้ว่ายังไงก็ไม่มีหวัง

กับอีกคนที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน คือโฮคุโตะ เขารู้ดีว่าโฮคุโตะมีเพื่อนน้อยมาก มีคนสำคัญในชีวิตอยู่เพียงไม่กี่คน ซึ่งเจ้าตัวก็ให้ใจไปกับคนเหล่านั้นทั้งหมด ยังไงก็คงไม่เข้าไปขัดขวางความรักของคนสำคัญแน่นอน แต่การจัดการกับอารมณ์ตัวเองก็ย่ำแย่มากพอดู ไม่ต่างจากจูริสักเท่าไหร่

ส่วนคนรักกันสองคนนั่น เป็นพวกที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องความรักกันทั้งคู่ กว่าจะลงเอยกันได้ก็ยากเย็นเพราะความไม่สันทัดนั่น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มีคนมาแอบชอบตัวเองเลย ยังไม่รู้ทั้งคู่นั่นล่ะ และนั่นก็ยิ่งทำให้จูริกับโฮคุโตะน่าสงสารขึ้นไปอีก เพราะทำได้แค่อยู่ในเฟรนด์โซนที่ถูกขีดเส้นแบ่งโดยที่ความรู้สึกของตัวเองไม่มีวันส่งไปถึง

โคจิได้แต่ทอดถอนใจทุกครั้งที่นึกถึงความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงนี่ เขากลัว กลัวว่าสักวันหนึ่งความสัมพันธ์ของทุกคนในวงจะพังทลายลง กลัวว่ามิตรภาพที่สั่งสมมาตลอดหลายปีจะพังทลาย

ไม่มีใครถูกหรือผิดในผังความรู้สึกนี้ มีเพียงความเปราะบางเหมือนแก้วกระเบื้องบาง ๆ ที่ชวนให้หวั่นใจว่ามันจะตกแตกเข้าสักวัน และถ้าถึงวันนั้น พวกเขาหกคนก็จะต่อกันไม่ติดอีกตลอดไป

เป็นความทุกข์ใจในฐานะพี่ใหญ่ที่ไม่รู้จะช่วยน้องยังไง และคงทำได้แค่เฝ้ามองไปวัน ๆ