Tags

, , , , , , ,

กลับมาหลังจากหายไปสักพักค่ะ กลับมาทีก็แปะฟิคที ไม่มีอะไรเลยค่ะชีวิต

เป็นฟิคชั่ววูบที่รู้สึกอยากเขียนเกี่ยวกับวันคริสต์มาส และนั่นล่ะค่ะ มันก็หนีคู่เดิมไม่พ้น ทั้ง ๆ ที่อยากเขียนเฮตาเลียแท้ ๆ แต่พอเริ่มแต่ง มือมันก็เผลอลั่นเป็นคู่เด็ก ๆ นี่แหละค่ะ บ้าจริง //หัวเราะทั้งน้ำตา (นอกเรื่องค่ะ มังงะภาคล่าสุดเราเพิ่งจะได้อ่านไป เลยอยากสครีมปรัสเซียเท่านั้นเองค่ะ ไม่มีอะไร อะ แต่คู่สงครามเย็นก็น่าเขียนมากเลย โอ๊ย ทำไมถึงมีความอยากได้ขนาดนี้นะ ฮา)

ชีวิตช่วงนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านอีกแล้วค่ะ กล่าวคือ เรากำลังจะตกงานนั่นเองค่ะ แบบว่าจ๊อบที่ทำอยู่มันหมดสัญญากลางเดือนหน้า เลยกำลังมองหางานใหม่ค่ะ มีวี่แววว่าจะไปอยู่เชียงใหม่สักสี่เดือน หวังว่าเมืองเล็ก ๆ กับอากาศดี ๆ จะช่วยให้เราแต่งฟิคได้มากขึ้นนะ (หรือช่วยให้เรื่องเดิมแต่งได้จบสักที…)

เอาเป็นว่าแปะเลยละกันนะคะ ถ้าเห็นคำผิด อยากติชมอะไรก็คอมเม้นท์ได้เต็มที่เลยนะคะ เราอยากรู้ความคิดเห็นของทุกคนจะได้เอาไปพัฒนาฝีมือตัวเองต่อ รบกวนด้วยนะคะ

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หรือ boy’s love ใครที่ไม่รู้จัก ไม่ชอบ หรือใด ๆ ก็ตามแต่รบกวนช่วยเปลี่ยนไปหน้าอื่นนะคะ และอีกประการหนึ่งวันช็อตเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อสนองนี้ดตามจินตนาการคนแต่ง บุคคลในเรื่องมีตัวตนจริงแต่ไม่ได้เป็นไปตามในเรื่องค่ะ

[AU One Shot – SixTONES] Christmas Cake

Pairings : Jesse x Matsumura Hokuto

ลิวอิส เจสซี่ หลงรักขนมปัง

เขาชอบกลิ่นหอมของขนมปังที่เพิ่งออกจากเตาอบ ชอบสัมผัสนุ่มลิ้นเวลาเอาเข้าปาก ชอบสีน้ำตาลนวลที่ดูสบายตาชอบมากจนทุกคนรอบตัวชอบแซวว่าเขาหลงรักขนมปัง

นอกจากขนมปังแล้ว เขายังหลงใหลขนมอบอื่น ๆ อย่างคุกกี้ หรือขนมเค้กเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะคลุกคลีกับขนมปังในร้านของที่บ้านมาตั้งแต่เด็ก แต่มันก็ทำให้เขาเลือกเรียนทางด้านนี้แล้วหันมาสืบทอดกิจการที่บ้านต่อจากพ่อและแม่ที่เกษียณตัวเองและย้ายกลับไปอยู่อเมริกาเป็นการถาวร ทิ้งร้านนี้ให้เขาดูแลเพียงคนเดียว

วันเวลาของเขาส่วนใหญ่มักจะหมดไปกับร้านขนมปัง จึงทำให้ช่วงเวลาใกล้คริสต์มาสอย่างนี้เขายังหาคนมาเคียงข้างไม่ได้เหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ขยันลงรูปคู่กับแฟนในโซเชียล อย่างทานากะ จูริกับแฟนหนุ่มหน้าสวยอย่างเคียวโมโตะ ไทกะที่มีรูปคู่ตระเวนตามสถานที่ที่จัดงานวันคริสต์มาสสวย ๆ มาทั้งอาทิตย์

แต่เจสซี่ก็ไม่ได้นึกเดือดเนื้อร้อนใจเท่าใดนักกับการอยู่คนเดียว หนุ่มลูกครึ่งมีความสุขกับร้านดีมาตลอด และคาดว่าเทศกาลคริสต์มาสนี้เขาก็คงจะฉลองด้วยการเปิดร้านขนมปังตามเคย

เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งหน้าร้านเรียกความสนใจจากเจ้าของที่เพิ่งวางครัวซองส์ที่อบเสร็จลงในถาด เจสซี่เงยหน้าขึ้นมาพร้อมส่งยิ้มกว้างให้ลูกค้าที่เดินตรงมา

คนตรงหน้าเขาเป็นชายหนุ่มผมสีดำสนิทดูหล่อเหลา คะเนจากสายตาแล้วค่อนข้างสูง แม้จะไม่สูงเท่าเขาก็ตาม แต่ก็สูงกว่าคนญี่ปุ่นแท้ ๆ หลายคน ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มบางตอบกลับมา

“รับอะไรดีครับ”

“ผมอยากจะสั่งเค้กหน่อยน่ะครับ” เจสซี่พยักหน้ารับ หันไปหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาเตรียมจดรายละเอียด ช่วงใกล้คริสต์มาส (และเทศกาลอื่น ๆ) อย่างนี้มักจะมีคนมาสั่งเค้กเพื่อนำไปใช้ในวันฉลองอยู่บ่อย ๆ

“ไม่ทราบว่าจะรับเค้กแบบไหนดีครับ ช็อกโกแลต วานิลา…”

ชายหนุ่มผมดำนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะบรรยายลักษณะเค้กให้เจสซี่ฟัง

มันไม่ได้แตกต่างจากเค้กฉลองคริสต์มาสทั่วไปนัก เค้กช็อกโกแลตกับสตรอเบอร์รี่ขนาด 1 ปอนด์ประดับด้วยผลสตรอเบอร์รี่สดและแผ่นช็อกโกแลตพิมพ์ลายว่า Merry Christmas แต่ท่าทางกระตือรือร้นนั่นกลับทำให้เขาอดนึกขำไม่ได้จึงเอ่ยปากถามว่า

“ของขวัญวันคริสต์มาสเหรอครับ”

คนถูกทักพยักหน้ารับใบหน้าคมขึ้นสีชมพูจาง ๆ อย่างที่คนถามเดาได้ว่าผู้รับคงเป็นคนรักของอีกฝ่ายเป็นแน่แท้

“ให้แฟนน่ะครับเธอชอบช็อกโกแลตกับสตรอเบอร์รี่มากเอ่อเดี๋ยวผมจะมาเอาวันที่ 25 นะครับ”

“มารับเค้กวันมะรืนนะครับเดี๋ยวผมจะจัดการให้ แล้วก็ขอทราบชื่อด้วยครับ”

“มัตสึมุระ โฮคุโตะครับ”

เมื่อได้รับคำยืนยันว่าเรียบร้อยแล้ว คนเป็นลูกค้าก็เผยรอยยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวออกมา เอ่ยปากขอบคุณแล้วเดินออกจากร้านไปโดยไม่ทันหันมามองว่าเจ้าของร้านขนมปังได้แต่ยืนนิ่งตากะพริบสองสามครั้งใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีจางพร้อมกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเพราะโดนดาเมจอย่างไม่ทันตั้งตัว

เจสซี่ไม่นึกแปลกใจเลยสักนิดที่อีกฝ่ายมีแฟนแล้ว

ผ่านไปสองวันเจสซี่ก็ยังสลัดภาพรอยยิ้มของลูกค้าคนนั้นไม่หลุด เขาอดนึกอิจฉาผู้หญิงคนรักของมัตสึมุระซังไม่ได้ที่โชคดีมีแฟนที่ยิ้มได้น่ารักขนาดนี้

แต่ถึงอย่างนั้นเจสซี่ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก มีแฟนแล้วก็คือมีแฟนแล้วเขาก็แค่ทำงานต่ออย่างมีความสุขก็เท่านั้น อย่างน้อย ๆ ถ้าเค้กของเขาจะทำให้มัตสึมุระซังกับแฟนมีความสุขในวันคริสต์มาสก็ย่อมถือเป็นเรื่องที่ดี

เช้าวันคริสต์มาสอย่างนี้นอกจากจะมีคนมาซื้อขนมปังแล้วยังมีลูกค้าหลายรายที่มารับเค้กที่สั่งไว้เอาไปฉลองกับครอบครัวบ้าง กับเพื่อนบ้าง หรือไม่ก็เอาไปฉลองกับคนรักเหมือนอย่างเค้กช็อกโกแลตและสตรอเบอร์รี่ก้อนนั้น

ชายหนุ่มลูกครึ่งมักจะนึกอวยพรอยู่ในใจเสมอให้คนที่มาเอาเค้กเหล่านี้ไปมีความสุข อย่างน้อยก็ขอให้มีความสุขตอนที่กินเค้กของเขา เพราะฉะนั้น เขาก็เลยนึกอวยพรล่วงหน้า และรอที่จะได้เจอเจ้าของรอยยิ้มนั่นอีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อ แต่เวลาล่วงเข้าตอนบ่ายแก่แล้วก็ไม่มีวี่แววว่าเค้กปอนด์เดียวนั่นจะได้เจอกับเจ้าของที่แท้จริงสักนิด

เขาอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เลยได้แต่มองนาฬิกาแทบทุกห้านาทีสลับกับประตูร้านคาดหวังว่าให้คนที่เดินเข้ามาเป็นชายหนุ่มผมสีดำที่เขารออยู่

กระทั่งจะหนึ่งทุ่มแล้วแต่คนคนนั้นก็ยังไม่มา เค้กก้อนอื่น ๆ ที่ทำตามสั่งไว้ก็มีคนมาเอาไปหมดแล้วเหลือแต่เจ้าเค้กช็อกโกแลตสตรอเบอร์รี่นี่เท่านั้นที่ยังตั้งอยู่เดียวดายจนเจสซี่อดคิดไม่ได้ว่ามันจะเหงาหรือเปล่าที่ต้องนั่งรอมัตสึมุระซังด้วยกันอยู่กับเขาแบบนี้

“เจ้าของแกเขายังไม่มาเลยเนาะ ทำงานเพลินรึไงน้า หรือว่าจะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้ แกว่าไง”

แน่ล่ะว่าไม่มีคำตอบจากเค้กที่เขาคุยด้วย อันที่จริงถ้ามันตอบได้เขาก็คงแหกปากลั่นร้าน สติแตกไปแล้วเป็นแน่แท้

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังดราม่ากับเค้ก ประตูหน้าร้านก็ถูกเปิดออกช้าๆ เจสซี่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าคนที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาเป็นคนที่เขารอมาตั้งแต่เช้า แต่พอกำลังจะอ้าปากทัก เขาก็เหลือบไปเห็นนัยน์ตาของมัตสึมุระซังที่ดูจะแดงช้ำจนน่ากลัวเสียก่อน

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ เกิดอะไรขึ้น”

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร ขอโทษที่มาเอาเค้กช้านะครับ ปล่อยให้รอตั้งนาน”

ชายหนุ่มผมดำโค้งศีรษะเป็นการขอโทษทำให้เจสซี่ต้องรีบปฏิเสธว่าไม่ได้ลำบากอะไรเสียยกใหญ่แล้วเขาก็เอ่ยปากแซวหวังจะให้ลูกค้าตรงหน้าเผยยิ้มออกมา

“แล้วคุณแฟนไม่มาด้วยเหรอครับ” แต่ทันทีที่เขาพูดจบใบหน้าของคนตัวเตี้ยกว่าก็หมองลงทันทีทำให้คนพูดแทบตบปากตัวเอง

“เลิกกันแล้วล่ะครับ… เมื่อเช้านี้เอง…”

เจสซี่เดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก้มหน้าลงต่ำพูดด้วยเสียงสั่นเครือ เขานึกอยากทึ้งหัวตัวเองที่ดันปากมากไม่เข้าเรื่อง มือหนายกขึ้นโอบรอบคนตัวเตี้ยกว่าเข้ามาในอ้อมกอด

คนตัวสูงกว่าไม่รู้ว่าอีกคนจะคิดอย่างไรกับการถูกคนแปลกหน้ากอดอย่างนี้ แต่นี่เป็นวิธีการเดียวที่เจสซี่ถนัดที่สุด เขาชอบกอดคนอื่นแทนการปลอบโยนด้วยคำพูดแล้วมันก็มักจะใช้ได้ผลเสมอ

คนในอ้อมกอดของเขาเริ่มร้องไห้ ทำให้หนุ่มลูกครึ่งกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นแล้วปล่อยให้อีกคนร้องไห้จนพอใจ

ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าคนที่เพิ่งเลิกกับแฟนจะเริ่มควบคุมตัวเองได้และถอนตัวออกจากอ้อมกอดของเขาพลางเช็ดน้ำตาอยู่ป้อย ๆ ถึงจะรู้ว่าไม่ดีแต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าคนตรงหน้าน่ารักเหลือเกิน

“ขอโทษด้วยนะครับผมนี่แย่จริง ๆ ดันมาร้องไห้เอาแบบนี้  แต่ก็ขอบคุณมากนะครับผมไม่เป็นไรแล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอกครับถ้าคุณรู้สึกโอเคขึ้นก็ดีแล้ว…”เจ้าของร้านขนมปังหันไปมองเค้กคริสต์มาสที่วางอยู่ในตู้ นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาถามเจ้าของเค้กด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่ค่อยจะแน่ใจเท่าไหร่ว่าสิ่งที่กำลังพูดอยู่มันดีจริงรึเปล่า

“ไหน ๆ คุณก็ไม่ได้มีนัดแล้ว… เอ่อ เรามาทานเค้กฉลองคริสต์มาสกันดีมั้ยครับ”

ใบหน้าและแววตาที่มองมาอย่างแปลก ๆ ทำให้เจสซี่รู้สึกลนลานทำตัวไม่ถูก อยู่ดีไม่ว่าดีไปชวนเขากินเค้กฉลองคริสต์มาสด้วยกัน เป็นใครก็ต้องรู้สึกไม่ค่อยดีทั้งนั้นแหละที่มีคนที่เคยเห็นหน้ากันแค่ครั้งสองครั้งมาถามอะไรแบบนี้

“คือว่าตอนที่เราเศร้าหรืออารมณ์ไม่ดีการกินของหวานช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้นะครับ แต่ถ้ามัตสึมุระซังอยากไปฉลองกับคนอื่นก็ไม่เป็นไรครับ ผมแค่ลองถามดูเท่านั้น…”

แม้ว่าดวงตาจะยังบวมแดงอยู่แต่คนตรงหน้าก็ยังเผยยิ้มเล็ก ๆ ออกมา มันดูใกล้เคียงกับรอยยิ้มที่ตรึงสายตาของเขาถึงจะไม่ทำให้ใจเขาเต้นผิดจังหวะเหมือนเมื่อวันนั้น แต่เมื่อมันมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ เจสซี่ใจชื้นมากขึ้นเป็นกองจนอดยิ้มตามออกมาไม่ได้

“ถ้าไม่เป็นการรบกวนอะไร ก็ขอความกรุณาด้วยครับ”

ท่ามกลางอากาศเย็น ๆ ของวันคริสต์มาสในปีนี้ ลิวอิส เจสซี่ ได้พบคนที่ทำให้เขาหลงรักนอกเหนือไปจากขนมปัง และทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะมีใครบางคนคอยฉลองงานเทศกาลในฤดูหนาว นั่งกินเค้กด้วนกันแบบนี้ไปอีกนาน ๆ

Advertisements