Tags

, , , , , , , , , , ,

ตอนนี้มีเวลาพักสั้น ๆ ประมาณสองสามวัน อะไรดองไว้ก็จะต้องรีบเอามาปล่อย ก่อนจะกลับเข้าสู่ช่วงปั่นทีสิสต่อ นี่เอาเล่มสมบูรณ์ส่งให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจก่อนยื่นขอสอบแล้ว ไม่รู้ผลจะออกมาเป็นยังไงบ้าง แอบเหงื่อตกค่ะ ฮา

คราวนี้เป็นวันช็อตจากเพลงของหนุ่ม ๆ ค่ะ เป็นเพลงที่เจสซี่กับไทกะแต่งด้วยกัน โดยเจสซี่แต่งทำนอง ส่วนไทกะแต่งเนื้อร้อง และเอามาร้องด้วยกัน ชื่อว่า Bokura no Asa (ยามเช้าของพวกผม) ค่ะ เป็นเพลงที่เราชอบมาก ๆ เลย และอยากเอามาแต่งฟิคนานแล้ว พอเมื่อช่วงที่ผ่่านมาเราเครียดจัดต้องหาอะไรทำพักจากทีสิส เลยได้วันช็อตมาหลายเรื่องเลย นี่ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ

แล้วก็ตามธรรมเนียม คำเตือน ค่ะ

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หรือ boy’s love ใครที่ไม่รู้จัก ไม่ชอบ หรือใด ๆ ก็ตามแต่รบกวนช่วยเปลี่ยนไปหน้าอื่นนะคะ และอีกประการหนึ่งวันช็อตเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อสนองนี้ดตามจินตนาการคนแต่ง บุคคลในเรื่องมีตัวตนจริงแต่ไม่ได้เป็นไปตามในเรื่องค่ะ 

[One Shot – SixTONES] Bokura no Asa

Pairings : Tanaka Juri x Kyomoto Taiga, Jesse x Matsumura Hokuto

Note : เพื่อความฟิน สามารถรับฟังเพลงต้นฉบับได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.facebook.com/6tonesFC/videos/658816487579037/ เพจแฟนคลับของหนุ่ม ๆ ซึ่งเราต้องขอขอบพระคุณแอดมินเพจนี้มาก ๆ เลยนะคะที่กรุณาให้เราเอาคำแปลเนื้อเพลงมาใช้ได้ เป็นติ่งที่ไม่รู้ภาษาเนี่ย ลำบากจริง ๆ เลยค่ะ ฮา

 “ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ฉันพาเพื่อนที่บริษัทมาค้างที่บ้านน่ะ” โฮคุโตะพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงเกินกว่าเหตุ พลางรื้อเอาฟุตงออกมาปูบนพื้นที่ว่าง ๆ ข้างเตียงสำหรับเป็นที่นอนให้กับจูริที่เดินเข้ามาช่วยปู พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมงาน ในฐานะจอห์นนี่ส์ จูเนียร์ เด็กฝึกเตรียมเดบิวต์ของบริษัทจอห์นนี่ส์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และวันนี้ทานากะ จูริ ก็ตัดสินใจมานอนค้างที่บ้านของมัตสึมุระ โฮคุโตะ ขายหนุ่มรุ่นเดียวกันที่มีดีกรีเป็นนักศึกษาคณะบัญชี

“วันหลังก็ลองชวนคนอื่น ๆ มาดูสิ ชินทาโร่งี้ โคจิงี้ เจสซี่…” พอพูดชื่อสุดท้ายจบจูริก็แทบกัดลิ้นตัวเองเมื่อเห็นอาการชะงักกับนัยน์ตาที่ไหวไปวูบหนึ่งของเพื่อนที่ถึงจะกลบเกลื่อนในทันทีก็ตาม ให้ตายสิ เขาไม่น่าเผลอพูดขึ้นมาเลย

“วันหลังจะลองชวนดูละกันนะ”

ชายหนุ่มร่างผอมเอาหมอนหนุนวางบนฟุตงแล้วรับผ้าห่มจากเพื่อนมาวางไว้ด้วยกัน แล้วทรุดตัวนั่งลงตามด้วยโฮคุโตะที่นั่งลงข้าง ๆ

“เจ็บเนอะ” โฮคุโตะพูดขึ้นมาลอย ๆ แต่จูริเข้าใจสิ่งที่อีกคนพูดเป็นอย่างดี ใช่ เจ็บ เจ็บกับความจริงที่ว่าตัวเองพยายามไปก็เท่านั้น คนที่ไม่ใช่พยายามให้ตายมันก็ไม่ใช่

“เพลงนั้น… เพราะดีนะ” เขาพูดขึ้น เพลงที่เจสซี่กับไทกะแต่งด้วยกัน ตอนเช้าของพวกผม ซึ่งทั้งสองคนร้องด้วยกันในไลฟ์ต่าง ๆ

“อือ เพราะ” คนสูงกว่าตอบ แม้จะไม่หันไปมอง แต่จูริก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของอีกคนอยู่พอสมควร ตอนเช้าของพวกผม เพราะและหวาน เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นให้หัวใจรู้สึกพองฟู แต่เพราะแบบนั้น ครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินเจ้าของเพลงทั้งสองคนร้องเพลงนี้จึงรู้สึกใจกระตุกวูบ ยิ่งสายตาของคนสองคนที่มองกันบนเวที ยิ่งทำให้พวกเขาอดคิดไม่ได้ แม้ว่าจะพยายามปลอบตัวเองว่าคงเป็นเพียงแฟนเซอร์วิสแต่ความคิดกลับสวนทางกันไปอย่างห้ามไม่อยู่ และสุดท้ายทั้งเขาและโฮคุโตะต่างก็เผลอหลบหน้าสองคนนั้นไปโดยปริยาย

จูริชอบไทกะมานานแล้ว ตามตื๊อ ตามจีบ ถึงขั้นกล้าพูดลงนิตยสารต่าง ๆ เลยด้วยซ้ำ อีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีอะไรตอบกลับ จนบางครั้งเขาก็รู้สึกท้อ จนกลายเป็นอายที่เข้าหาแล้วได้รับแต่ความเมินเฉยกลับมา เขาจึงได้แต่วิ่งเข้าหาคนนั้นคนนี้แก้เก้อ กระทั่งเขาได้ฟังเพลง ๆ นั้น วินาทีที่ไทกะกับเจสซี่สบตากันประสานเสียงร้องเพลง มันทำให้เขารู้ว่าเขาหมดความหมาย ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่มีความหมายมาตั้งแต่ต้น ตัวจริงของไทกะมาแล้ว เขาจะทำอะไรได้อีกนอกจากยอมแพ้ ทำใจให้ได้และยินดีไปกับความสัมพันธ์ของ เพื่อน เจสซี่เป็นคนดี และใจเย็นพอที่จะรับนิสัยเอาแต่ใจของไทกะได้ อีกอย่างเขากับเจสซี่ก็เป็นเพื่อนสนิทกันมานาน เพื่อนกับคนที่เขาชอบกำลังจะมีความสุข เขาก็ควรจะมีความสุขไปด้วยไม่ใช่เหรอไง

ถึงจะเจ็บกับเรื่องของตัวเองพอสมควรแต่เขาก็ยังนึกเป็นห่วงเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาในตอนนี้ โฮคุโตะเองก็เจ็บมากเหมือนกัน

เขาไม่เคยรู้ อันที่จริงต้องใช้คำว่าไม่มีใครรู้เลยจะดีกว่า ว่าความจริงแล้วโฮคุโตะแอบชอบเพื่อนที่เคยถูกจับให้ทำงานคู่กันอย่างเจสซี่ กระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้นอกจากจูริเพียงคนเดียวที่มารู้เอาไม่นานมานี้ด้วยความบังเอิญ

วันนั้นเขาลืมของอยู่ที่ห้องแต่งตัวเลยต้องวิ่งกลับมาเอา แล้วก็เห็นคนที่ทุกคนเข้าใจว่ากลับไปเป็นคนแรกอย่างโฮคุโตะร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียว ปรากฏว่าอีกฝ่ายไม่ได้หนีกลับไปก่อนอย่างที่เคยทำทุกที แต่แค่หลบไปสักพักจนมั่นใจว่าทุกคนกลับไปแล้วจึงย้อนกลับมาที่ห้องแต่งตัว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อีกฝายร้องไห้แทบไม่ต่างอะไรจากของจูริ แอบชอบเขา แต่เขาก็มีตัวจริงของเขาอยู่แล้ว และความเลวร้ายคือคนที่พวกเขาสองคนชอบดันไปรักกันเอง สุดท้ายพวกเขาทั้งคู่เลยได้แต่นั่งร้องไห้ด้วยกันเป็นชั่วโมงจนพอใจ

และดังคำที่เขาว่าคนที่มีปัญหาคล้ายกันมักจะสนิทกันได้เร็ว จูริกับโฮคุโตะก็เลยพลอยสนิทกันมากขึ้นจากเดิมที่ค่อนข้างจะสนิทมากอยู่แล้ว อย่างวันนี้ที่จูริมานอนค้างที่บ้านโฮคุโตะเป็นครั้งแรก

“รอยยิ้มนั้นของเธอเหมือนกับความอบอุ่นของแสงอาทิตย์…” โฮคุโตะเผลอร้องเพลงออกมาเบา ๆ ทำให้จูริยกยิ้ม ร้องคลอไปด้วย “ไม่ว่าจนถึงเมื่อไหร่ ผมอยากไปปกป้องเธออยู่ข้าง ๆ ผมคิดแบบนั้น…”

ทั้งที่เป็นเพลงรักของสองคนนั้น แต่มันกลับติดอยู่ในห้วงความทรงจำเป็นอย่างดีจนน่าโมโห ตอนเช้าของพวกเรา เป็นเพลงที่ดีแต่ขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนลวดหนามที่รัดแน่นจนทั้งเจ็บและปวดที่หัวใจ

“แม้จะเป็นวันทีรีบเร่ง พวกผมก็จะรอคอยอยู่ตรงนั้นทันที…”

เมื่อจูริหันไปมองคนข้าง ๆ ก็พบว่าโฮคุโตะกำลังร้องไห้ซะแล้ว เขาหัวเราะเบา ๆ น้ำตาที่คิดว่าจะไม่ไหลกลับเริ่มทิ้งตัวลงไปตามใบหน้าเขาบ้าง

“แต่ขออีกแค่นิดเดียว ขอให้ได้อยู่แบบนี้ก็พอใจแล้ว” เสียงร้องเพลงขาดหายไป พร้อมกับโฮคุโตะที่ปล่อยโฮออกมา

“ไม่ร้องสิ ฉันร้องตามแล้วเนี่ย”

“กะ ก็มันห้ามไม่อยู่นี่” จูริหัวเราะดังขึ้น ดึงอีกคนเข้ามากอด ขยี้หัวคนอายุน้อยกว่าไม่กี่วันอย่างหมั่นเขี้ยว แล้วปล่อยให้โฮคุโตะกอดเขา เหมือนที่เขากำลังกอดอีกคนทั้งที่ร้องไห้เช่นกัน

.

ไทกะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้า

เขากลับมาถึงบ้านได้เกือบสองชั่วโมงแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้อยู่ไม่น้อย มันอะไรกันน่ะ จูริที่ตามปกติต้องเข้ามาหาเขา วันนี้กลับเอาแต่อยู่กับโฮคุโตะแทบจะตลอดเวลาตอนแรกก็อ่านนิตยสารด้วยกัน พอเสร็จงานก็เอาแต่นั่งดูคลิปกันสองคน และวันนี้ก็ไม่ใช่วันแรกด้วยที่จูริไม่สนใจเขา อีกฝ่ายหนีหน้าเขา เลี่ยงที่จะเข้ามาพูดคุยกับเขานอกจากเรื่องงานมาเป็นอาทิตย์แล้ว อันที่จริงก็ไม่ใช่แค่จูริหรอก โฮคุโตะเองก็เหมือนจะพยายามเลี่ยงเจสซี่เหมือนกัน จนตอนนี้จากปากคำของเจ้าตัว หนุ่มลูกครึ่งก็เครียดจัดแล้วเหมือนกัน

แต่ยิ่งกว่าความหงุดหงิดมันคือความน้อยใจ น้อยใจที่เขาดูเหมือนไม่ได้สำคัญในสายตาของอีกฝ่ายอย่างที่เจ้าตัวเคยพูดไว้เลย ถ้าเขาสำคัญจริง เขาคงไม่โดนอีกฝ่ายเมินและหนีไปอยู่กับคนอื่นแบบนี้

เขากดเปิดแอพลิเคชั่นในโทรศัพท์ขึ้นดู ข้อความที่เขาส่งไปในไลน์เป็นสิบข้อความตลอดหลายวันที่ผ่านมาไม่มีการตอบกลับจากคนตาสวยที่เอาแต่หลบหน้าเขา ไม่ขึ้นแม้แต่คำว่าอ่านแล้วด้วยซ้ำ ไทกะจึงวางโทรศัพท์ลงบนเตียงตามเดิม พลางกลิ้งไปกอดหมอนข้าง เอาหน้าซุกลงไปและหลับตาลง

ตอนที่โมริตะ มิวโตะ เพื่อนสนิทในค่ายของเขารู้ว่าเขาอารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะอะไร เขาก็โดนด่าว่างี่เง่าแล้วก็โดนไล่ให้ไปเคลียร์กับจูริซะ แน่ล่ะว่าไทกะไม่ยอมเป็นคนเข้าไปคุยด้วยก่อนแน่ ก็คนที่เริ่มเมินเขาก่อนทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีอะไรเลยน่ะ คือจุ๊ตันของมิวโตะไม่ใช่หรือไง แล้วเรื่องอะไรเขาจะต้องไปง้อด้วย ในเมื่อเขาไม่ได้ทำผิดสักหน่อย

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ลึก ๆ ในใจ หนุ่มหน้าสวยก็เป็นกังวลกับท่าทางของคนที่เคยเข้ามาจีบมาเฟลิร์ตเขาออกสื่ออยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน จูริไม่เคยทำแบบนี้กับเขามาก่อน อีกฝ่ายเป็นคนใจดีที่ต่อให้ไทกะเอาแต่ใจหรืองี่เง่าใส่มากแค่ไหนก็ยิ้มรับ และยังคงอยู่ข้าง ๆ เขามาโดยตลอด และนั่นก็ทำให้เขาเผลอทำตัวแย่ ๆ ใส่บ่อย ๆ เพราะมั่นใจว่าต่อให้ตัวเองทำตัวแย่แค่ไหน คนคนนั้นก็ไม่มีทางโกรธจนทิ้งเขาไป แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดหรือเปล่า บางทีอีกคนคงเบื่อจนไม่อยากจะยุ่งกับเขาแล้วก็ได้ แล้วโฮคุโตะน่ะใจดีจะตาย ใคร ๆ ก็อยากให้มีคนใจดีกับตัวเองทั้งนั้น แล้วเขาที่คอยแต่จะเอาแต่ใจตลอดเวลา จูริจะหมดความอดทน แล้วทิ้งเขาไปหาคนอื่นก็ไม่แปลก

จนถึงตอนนี้ไทกะเริ่มยอมรับได้แล้วว่าบางทีการที่จูริหนีจากเขาไปอาจเป็นเพราะตัวเขาเองก็ได้ แต่ถ้ามันเกินที่อีกคนจะรับได้แล้ว จูริก็ควรจะบอกเขาตรง ๆ สิ ไม่ใช่ไม่ยอมคุย ไม่ยอมมองหน้ากันแบบนี้ ใช่ว่าเขาจะเอาแต่ใจตัวเองตลอดเวลาสักหน่อย ถ้ามันมากเกินไป แค่เพียงอีกฝ่ายพูดมา เขาก็จะพยายามเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น

ไทกะเหลือบไปมองสมุดแต่งเพลงบนโต๊ะเขียนหนังสือข้างเตียง แล้วลุกขึ้นหยิบมันขึ้นมาพลิก ๆ ดู แล้วไปหยุดที่หน้ากระดาษหนึ่ง เนื้อเพลงที่เขาเขียนและส่งให้เจสซี่แต่งทำนองให้ตามที่ชายหนุ่มลูกครึ่งอเมริกันเรียกร้อง

เพลงนี้เขาตั้งใจเขียนเป็นอย่างดี แม้ว่าเขาจะไม่เคยทำ ไม่เคยพูดอย่างเนื้อร้องที่เขียนไว้ แต่เขาก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ อยากกอด อยากปกป้อง อยากอยู่ข้าง ๆ อยากให้จูริได้รู้ว่าเขารักอีกคนมาก

เขาชอบจูริ แต่เขาไม่เคยพูด

ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูด แต่เพราะนอกจากเขาแล้ว แรพเปอร์ร่างผอมก็เที่ยวเข้าหาคนโน้นคนนี้ไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นชินทาโร่ โฮคุโตะ และคนอื่น ๆ อีก นั่นทำให้เขาสับสนว่าตกลงแล้วสิ่งที่จูริพูดกับเขาเป็นเรื่องจริงหรือแค่เล่นตลก

ทว่าในตอนนี้ ต่อให้จูริเล่นตลกกับเขา เขาก็อยากให้อีกคนกลับมายิ้มให้เขาเหมือนเดิม

.

สองอาทิตย์กับบรรยากาศอึมครึมในห้องแต่งตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกำลังทำให้ยูโกะหนักใจมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะวันนี้

มือเรียวสวยของไทกะวางไดร์เป่าผมลงบนโต๊ะด้วยแรงที่เบากว่าการกระแทกเพียงนิดเดียว ใบหน้าหล่อหวานมุ่ยลงอย่างไม่สบอารมณ์ เช่นเดียวกับนัยน์ตาที่คุกรุ่นไปด้วยความโมโหของเจ้าของ และนั่นยิ่งทำให้โคจิ ยูโกะ ชายหนุ่มที่อายุมากที่สุดในห้องเริ่มเครียดกว่าเดิม

“ใจเย็น ๆ ก่อนสิ เดี๋ยวข้าวของก็พังหมดหรอก

“ก็ดูสิ อะไรกันน่ะนั่น”

อะไร ที่ไทกะว่า คือสองหนุ่มที่นั่งพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่อีกฟากของห้องแต่งตัว โดยไม่ได้รับรู้ว่าใครบางคนกำลังจะระเบิดลงอยู่ตรงนี้

“เอาน่า จูริมันก็เฟลิร์ตคนอื่นไปทั่วอยู่แล้ว กับโฮคุโตะนี่ก็ทำออกบ่อย” เขาเอ่ยปลอบหลังจากมั่นใจแล้วว่าตัวเองจะไม่โดนท่านเคียวโมโตะเหวี่ยงกลับแทน

“ก็ใช่ แต่ถ้าจะแนบชิดกันขนาดนี้ นั่งตักกันไปเลยดีกว่าปะ”

ภาพของหนึ่งแรพเปอร์หนึ่งหนุ่มหล่อที่แทบจะสิงกันอยู่บนโซฟาขณะดูอะไรสักอย่างในสมาร์ทโฟนด้วยกันไม่ใช่แค่สร้างความไม่พอใจให้กับไทกะคนเดียว แต่มันไปบาดตาบาดใจหนุ่มลูกครึ่งที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยเช่นกัน

เจสซี่มุ่นหัวคิ้วให้กับภาพตรงหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไร เขาเดินตรงไปยังกระเป๋าของตัวเองแล้วเก็บข้าวของลงไปเงียบ ๆ แม้จะแอบเหลือบมองคนที่เข้าสู่โหมดโลกนี้มีเพียงสองเราอยู่บ่อย ๆ ก็ตาม

ยูโกะที่เห็นท่าทางของเพื่อนซี้เข้าก็ได้แต่นึกปลงอยู่ในใจ อยากเอาตัวเองออกไปให้พ้น ๆ จากตรงนี้ซะที

บรรยากาศทะมึนจากคนสองคนที่แผ่ออกมาถึงกับทำให้โมริโมโตะ ชินทาโร่ น้องเล็กในกลุ่มพวกเขาหกคนที่มักจะโหวกเหวกโวยวาย ช่วงนี้ได้แต่เงียบลงอย่างผิดปกติ พลางมองมายังยูโกะเหมือนขอความช่วยเหลือ ซึ่งแน่ล่ะว่ายูโกะช่วยอะไรไม่ได้หรอก ในเมื่อคนโดนหึงหวงไม่ได้รับรู้ถึงไอเย็น ๆ ที่ปกคลุมไปทั่วห้องเลยสักนิด แต่เพราะแววตาอ้อนวอนของชินทาโร่ที่ดูน่าสงสารมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามความหนาวเหน็บราวกับอุณหภูมิกำลังลดต่ำลง ยูโกะจึงตัดสินใจว่าควรทำอะไรสักหน่อย ก่อนที่เขากับน้องเล็กจะแข็งตายไปซะก่อน

“พวกนายสองคนดูอะไรกันอยู่น่ะ” ยูโกะเลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับคนอารมณ์ไม่ดีสองคน แต่หันกลับไปหาคนอีกคู่ที่สร้างโลกส่วนตัวกันแทน

“ดูรายการตลกอยู่น่ะ สนุกดี เนอะ จูริ”

“ใช่ ๆ สนุกดีล่ะ ฉันชอบดาราตลกคนนี้มากเลย ไม่นึกว่านายก็ชอบเหมือนกัน”

“ฉันชอบเขามานานแล้วล่ะ ตั้งแต่ตอนรายการ xxx แล้ว เขาน่ะ…”

ยูโกะได้แต่ยืนมองจูริกับโฮคุโตะที่หันกลับไปคุยกันสองคนตาปริบ ๆ นี่ตกลงว่าเขาโดนเมินสนิทจริง ๆ เหรอ เมื่อหันไปมองอีกฟากก็เห็นว่าไทกะดูหงุดหงิดมากกว่าเดิม คราวนี้กระแทกขวดน้ำดื่มลงบนโต๊ะแล้ว ส่วนเจสซี่ก็จ้องเขม็งมายังคนสองคนที่เพิ่งจะเมินเขาไป

หลังจากยูโกะยืนหันซ้ายหันขวา ละล้าละลังไม่รู้จะทำยังไงต่ออยู่ได้สักพัก คนที่เพิ่งกระแทกขวดน้ำลงโต๊ะก็ลุกขึ้นยืนอย่างทนไม่ไหว เดินตรงเข้ามาคว้ามือของจูริ กระชากอีกคนให้ลุกขึ้นท่ามกลางความตกใจของคนที่เหลือ

นัยน์ตาคมปลาบของหนุ่มหน้าสวยตวัดมองไปยังโฮคุโตะที่กะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงงกับท่าทางของเขา แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือของจูริที่เจ้าของถืออยู่โยนให้โฮคุโตะ พูดขึ้นว่า

“ขอโทษนะ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับจูรินิดหน่อย” จบประโยคก็ลากอีกคนเดินออกไปทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของคนที่เหลือและคนโดนลาก

.

“เคียวโมโตะคุง เป็นอะไรน่ะ จู่ ๆ ก็ลากกันออกมาแบบนี้” ไทกะหันมามองหน้าคนพูดหลังจากลากอีกคนเข้ามายังห้องซ้อมที่ว่างอยู่แล้วปล่อยมือที่เขาลากติดมาด้วยตั้งแต่ออกจากห้องแต่งตัว

คำพูดที่ฟังดูสบาย ๆ แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าคนตรงหน้าตกใจกับท่าทีของเขาพอสมควร ทำให้เขาเผลอหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก หงุดหงิดกับความไม่รู้อะไรเลยของคนตรงหน้า หงุดหงิดที่คนตรงหน้าเลือกที่จะเดินหนีเขาไปขลุกอยู่กับอีกคนหนึ่งแทน

“ถามตัวเองดีกว่ามั้ย ว่าเมื่อกี้ทำอะไรอยู่” ให้ตายสิ เขาไม่น่าพูดแบบนี้ ไม่น่าใช้น้ำเสียงแบบนี้เลยสักนิด แต่เขาคุมตัวเองไม่อยู่แล้วจริง ๆ

“ก็ดูคลิปรายการกับโฮคุโตะ ทำไมต้องโมโห โกรธอะไรรึเปล่าน่ะ” ชื่อของโฮคุโตะที่ออกจากปากจูริ เหมือนยิ่งทำให้ไทกะระเบิดลง

“แค่ดูคลิป ทำไมจะต้องนั่งติดแนบชิดกันขนาดนั้น ไม่นั่งตักกันไปเลยล่ะ” เมื่อถูกประชดประชันเข้า จูริเองก็เริ่มจะโมโหแล้วเหมือนกัน ทำไมเขาจะต้องมาทนฟังคนหน้าหวานถากถางทั้งที่ยังรู้สึกแย่จากการอกหักยังไม่หาย แล้วยังโดนคนที่หักอกตัวเองใส่อารมณ์แบบนี้อีก เป็นใครมันจะทนได้กัน

“แล้วนายมีปัญหาอะไร ฉันจะทำอะไรก็ไม่ใช่เรื่องของนายสักหน่อย” คำพูดเจืออารมณ์รุนแรงที่ไม่เคยมีใครได้ยินจากจูริเป็นเหมือนน้ำเย็น ๆ ที่สาดเข้าไปที่หน้าไทกะโดยตรง ไม่ใช่น้ำเสียงหรือท่าทางโมโหของคนตรงหน้าหรอกที่หยุดเขาไว้ แต่เป็นเนื้อหาของมันต่างหาก ที่ตอกย้ำให้ไทกะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะไปหึงหวงคนตรงหน้า และทำให้อารมณ์ที่พุ่งสูงร่วงต่ำลงแทบจะในทันทีจนได้แต่เงียบ

พอไทกะเงียบ จูริก็พลอยเงียบไปด้วย ต่างคนต่างยืนนิ่งอยู่นานก่อนที่ไทกะจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

“ขอโทษ” เมื่อได้ยินคำว่าขอโทษ จูริก็เย็นลงบ้าง ก่อนจะพูดตอบ

“ไม่เป็นไร แล้วตกลงว่าโกรธอะไร”

“ฉันต่างหากที่ต้องถามนายว่าโกรธอะไร นายไม่ยอมมองหน้าฉันมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ”

จูริได้แต่เงียบอีกครั้ง เขาพูดไม่ได้ ถ้าพูดออกไปรับประกันได้เลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเปลี่ยนไปแน่นอน ไหนจะเจสซี่อีก ถ้าเขาบอกเหตุผลไปมีหวังคงมองหน้ากันไม่ติดไปอีกนาน

ไทกะที่เห็นอีกคนยืนนิ่งจึงตัดสินใจเดินเข้าไปกอดอีกคนไว้ซบหน้าลงกับบ่าของอีกคน พลางเอ่ยปากพูดอู้อี้เพราะกำลังจะร้องไห้เต็มแก่

“ฉันไม่ชอบเลยเวลานายเมินฉัน แล้วเอาแต่ขลุกอยู่กับโฮคุโตะ ไม่ชอบเลยจริง ๆ”

เสียงที่สั่นเทา อ้อมกอดที่ไหวระริกและคำพูดของไทกะ ทำให้จูริเม้มริมฝีปากแน่น นึกสับสนอยู่ในใจ หมายความว่ายังไงกัน คำพูดพวกนั้นน่ะ ไอ้เรื่องที่เขาเมินอีกคนจะไม่ชอบก็ไม่แปลก แต่ทำไมต้องไม่ชอบที่เขาอยู่กับโฮคุโตะ ชายหนุ่มกำลังจะพูดถามก็ต้องชะงักกับประโยคถัดมาของไทกะ

“ฉันชอบนายนะ”

จูริขยับตัวผละออกจากไทกะด้วยความตกตะลึง ตาคู่สวยเบิกกว้าง มองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“นาย.. พูดว่าอะไรนะ”

“ฉันบอกว่าฉันชอบนายไงเล่า แล้วนี่มันอะไรกันน่ะ อยู่ ๆ ก็ทำตัวห่างเหิน ไม่ยอมมองหน้า ไม่พูด ไม่คุยด้วย แล้วยังเอาแต่ขลุกอยู่กับโฮคุโตะอีก ฉันกลัวแทบแย่”

จูริรู้สึกเหมือนสมองของเขากำลังประมวลผลไม่ทัน ไทกะบอกว่าชอบเขา ชอบเขาจริง ๆ เหรอ เขาไม่ได้ฟังผิดจากเกลียดเป็นชอบ หรือหูฝาดไปอะไรทำนองนี้ใช่มั้ย

“แต่.. ไม่ใช่ว่านายกับเจสซี่…”

“ฉันกับเจสซี่ทำไม…เดี๋ยวนะ นี่อย่าบอกนะว่านายเข้าใจว่าฉันกับเจสซี่รักกันน่ะ บ้าไปแล้ว ฉันจะไปรักกับหมอนั่นได้ยังไง หมอนั่นมีคนที่ชอบอยู่แล้วเถอะ”

“แล้วเพลงนั่น…”

“เพลง? นายหมายถึง ตอนเช้าของพวกผม น่ะเหรอ นั่นน่ะฉันแต่งให้นายต่างหาก ถึงเจสซี่จะเป็นคนเริ่มขอให้แต่งให้เพราะจะเอาไปร้องให้คนที่หมอนั่นชอบฟังก็เถอะ แต่ตอนแต่งน่ะ ฉันคิดถึงแต่นายแค่คนเดียวเท่านั้นล่ะ” ว่าจบไทกะก็เอาหน้าผากมาแนบกับหน้าผากของคนที่ยังช็อกอยู่ เขาเตี้ยกว่าจูริแค่เซนเดียว จึงไม่จำเป็นต้องก้มหรือเขย่งให้เมื่อย

“ฉันแต่งให้นาย แล้วฉันก็ร้องเพลงนี้ให้นาย… แต่ดูเหมือนจะส่งไปไม่ถึงสินะ”

เสียงหงอย ๆ ของหนุ่มหน้าสวยทำให้จูริรู้สึกแย่ เขานึกอยากปลอบ หรือแม้แต่แก้ตัว แต่เขาก็พูดไม่ออก ในเมื่อความเข้าใจผิดของเขาทำให้คนตรงหน้ารู้สึกแย่มากมาย

“ฉันขอโทษนะ ที่ไม่รู้เรื่องแล้วยังเข้าใจผิดจนเผลอหลบหน้านายแบบนี้”

ไทกะส่ายหน้าทำให้หน้าผากของพวกเขาถูกัน แต่ก็ไม่มีใครคิดจะผละออก พวกเขาแค่อยู่อย่างนั้น ก่อนที่จูริจะพูดขึ้น

“นายชอบฉันจริง ๆ น่ะเหรอ” ไทกะผลักจูริออกทันที ขึ้นเสียงด้วยเริ่มจะโมโหอีกรอบ

“ก็ชอบจริง ๆ น่ะสิ! จะต้องให้ฉันย้ำอีกกี่รอบ!! นายเองนั่นแหละปากก็บอกว่าชอบฉัน แต่เอาแต่ไปจีบคนโน้น  เฟลิร์ตคนนี้อยู่นั่น แล้วยังหลบหน้ากันอีก ถ้าจะแค่แกล้งกันล่ะก็…” ประโยคสุดท้ายขาดหายไป พร้อมกับใบหน้าหล่อหวานที่ก้มลงต่ำ ทำให้อีกคนเดินเข้าไปกอดอีกฝ่ายไว้

“ฉันไม่ได้แกล้งสักหน่อย ฉันชอบนายจริง ๆ นะ แต่นายอะ เอาแต่เย็นชาใส่ฉันแล้วใครมันจะหน้าด้านหน้าทนขนาดนั้น ฉันก็เลยต้องวิ่งเข้าหาคนอื่นแก้เก้อต่างหาก ทั้งที่ความจริงแล้วน่ะ ชอบเคียวโมโตะคุงที่สุดเลย”

“แล้วทำไมต้องเมินฉันด้วยล่ะ”

“ก็ตอนที่ร้องเพลงนั้นในกามุชาระน่ะ ทั้งนายทั้งเจสซี่สบตากันมีความหมายซะขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องเข้าใจว่าพวกนายชอบกันทั้งนั้นแหละ ฉันก็เลยคิดว่าควรออกห่างจากนายน่าจะดีกว่า”

“ก็นั่นมันแฟนเซอร์วิส นายเองก็รู้ไม่ใช่หรือไง”

“รู้ แต่มันอดคิดไม่ได้นี่นา นายสองคนดูเหมาะกันจะตาย ยิ่งนายเอาแต่นิ่งเวลาฉันเข้าหาด้วยแล้ว ก็เลย…”

ไทกะยกมือขึ้นกอดคนที่กอดตัวเองอยู่บ้างเมื่ออ้อมแขนที่โอบรอบตนอยู่กระชับแน่นขึ้น เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของคนอายุน้อยกว่า แล้วพูดขึ้นว่า

“ตกลงว่าตอนนี้รู้แล้วใช่มั้ยว่าฉันชอบนาย ไม่ใช่เจสซี่”

จูริพยักหน้าทั้งที่ยังซุกหน้าบนบ่าของอีกคน ไทกะที่เห็นการตอบรับก็ยิ้มกว้างออกมา ดันตัวอีกคนออกแล้วเอ่ยถาม

“แล้ว… ไม่คิดจะถามอะไรกันหน่อยเหรอ” จูริขมวดคิ้วนิดหน่อย ก่อนจะคลายออกเมื่อเข้าใจความหมายแฝงของอีกคนที่ส่งผ่านคำถาม ความเขินอายพุ่งขึ้นอย่างที่ไม่ค่อยจะเป็นสักเท่าไหร่ ส่งผลให้ชายหนุ่มยิ้มจางและหัวเราะเบา ๆ นัยน์ตาคู่สวยเสมองไปทางอื่น ไม่กล้ามองใบหน้าหวานที่อยู่ตรงหน้า

“ว่าไง~ รอตอบอยู่เนี่ย” ไทกะเร่งพร้อมรอยยิ้ม นึกสนุกเล็กน้อยที่ได้เห็นคนตรงหน้าเขินอย่างหาได้ยาก เวลาจูริเขินน่ารักจะตาย แล้วไม่ใช่ภาพที่จะได้เห็นบ่อย ๆ เสียด้วย และนั่นก็ยิ่งทำให้ไทกะอยากแกล้งอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก

“คือ มันเขินเหมือนกันนะ”

“เขินอะไร เร็ว ๆ สิ รออยู่ ความอดทนมีจำกัด ถ้าไม่รีบถามจะไม่ตอบอีกแล้วนะ”

“แล้วทำไมนายไม่พูดเองล่ะ”

“ไม่เอาอะ อยากฟังจูริถามมากกว่า ถามสิ ๆ”

ทั้งที่ปกติก็ไม่เคยนึกอายแบบนี้ แต่พอมาตอนนี้ที่มั่นใจว่าคนตรงหน้าจะตอบตกลงแน่ ๆ เท่านั้นแหละ ความกล้าที่เคยมีเป็นปกติก็หดหายไปหมด ใช้เวลาสักพักกว่าจูริจะข่มความอายลงได้ แล้วพูดขึ้นตามที่อีกคนอยากได้ยิน

“คบกับฉันมั้ย เคียวโมโตะคุง”

“ไทกะต่างหาก”

“เอ๊ะ” ไทกะส่งยิ้มหวานให้คนตรงหน้า พลางเอ่ยขยายความ

“จะคบกันแล้วก็ต้องเรียกชื่อสิ จะมาเรียกนามสกุลได้ไง ถามใหม่”

“นี่มันจงใจแกล้งฉันชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ ใจร้ายเกินไปแล้วนะ” คนโดนแกล้งเอ่ยประท้วง แต่ไทกะเพียงแค่ยิ้ม ไม่แก้ตัวอะไรทั้งสิ้น  จูริจึงเอ่ยปากถามอีกครั้ง

“คบกับฉันนะ ไทกะ”

“อือ คบ”

.

อีกด้านหนึ่ง…

.

“เคียวโมโตะ… เป็นอะไรไปน่ะ” โฮคุโตะถามอย่างงุนงง ในมือถือโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของจูริที่ไทกะเพิ่งโยนให้ กะพริบตาปริบ ๆ มองประตูที่คนสองคนเพิ่งผ่านออกไปก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนอีกสามคนที่เหลืออยู่ในห้อง และรีบก้มหลบสายตาของเจสซี่ที่ตัวเองเผลอมองเป็นคนสุดท้าย

คนอารมณ์ฉุนเฉียวออกไปแล้วก็จริง แต่คนปล่อยไอเย็นอีกคนยังอยู่ในห้อง และดูเหมือนว่าใกล้จะระเบิดแล้วเช่นกันเมื่อเห็นว่าโฮคุโตะหลบตาตัวเอง ทำให้ยูโกะกับชินทาโร่มองหน้ากันราวจะปรึกษาโดยไม่มีเสียงแล้วอีกไม่ถึงนาทีทั้งสองคนก็พร้อมใจกันพูดขึ้น

“ฉันกลับก่อนนะ ยังเหลือรายงานที่ต้องทำอีกเล่มน่ะ” ยูโกะว่า ตามด้วยน้องเล็กของกลุ่มที่คว้ากระเป๋าขึ้นมาหลังเก็บของเสร็จอย่างรวดเร็วแบบผิดปกติ

“ฉันก็ต้องกลับแล้วเหมือนกัน วันนี้มีนัดไปซื้อของกับแม่ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” แล้วทั้งสองคนก็พร้อมใจกันจรลีออกจากห้องไป ทิ้งไว้แต่คนสองคนที่ยังเอาแต่เงียบอยู่ในห้อง

“งั้น ฉันกลับบ้างล่ะนะ” โฮคุโตะพูดเบา ๆ เดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา หลังผ่านไปสักพัก ทำลายความเงียบและความอึดอัดจากสายตาที่มองตรงมาที่เขาไม่ขยับไปไหนโดยไม่มีเสียงพูดของเจ้าตัว

เมื่อเขากำลังหมุนลูกบิดประตูเปิดออก อีกคนก็ตรงมาผลักประตูปิดทันที แล้วมือหนาก็ดึงตัวเขาเข้าไปในอ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดเขาจากด้านหลัง

“เจสซี่ ทำอะไรของนายเนี่ย”

“ยอมพูดกับฉันแล้วเหรอ” โฮคุโตะชะงักค้างกับคำพูดของคนตัวสูงกว่า เผลอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่ออีกคนจับตัวเขาหันหลังมาเผชิญหน้ากัน

“ฉันจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะ นายโกรธอะไรฉัน อยู่ ๆ ก็เมิน ไม่มองหน้า ไม่สบตา ไม่พูดด้วย ฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจเหรอ” นัยน์ตาสีน้ำตาลที่เคยเป็นประกายอย่างที่โฮคุโตะชอบมาตลอดหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

“เปล่าหรอก นายไม่ได้ทำอะไรให้ฉันโกรธหรอก”

“แล้วนายมีปัญหาอะไรล่ะ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่รึไง” หัวใจบีบรัดจนปวด นั่นสิ เขาเป็นเพื่อนของเจสซี่ เพื่อนโดนเพื่อนเมิน ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกแย่ทั้งนั้นแหละ

“ขอโทษด้วยนะ มันเป็นปัญหาของฉันเองแหละ นายไม่ต้องห่วงหรอกน่า อีกสักพักเดี๋ยวฉันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว” เขายิ้มให้ไอดอลหนุ่มทั้งที่ในใจกำลังจะร้องไห้เต็มแก่ ฝืนพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงทั้งที่รู้ว่ามันคงออกมาฝืดเฝื่อนเต็มที

“โฮคุ…”

“ขอเวลาฉันสักพักนะ แล้วเดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลัง.. นี่ก็เย็นมากแล้ว กลับบ้านกันเถอะ” พูดจบเขาก็หันหลังกลับ เปิดประตูห้องแต่งตัว แต่ก็เหมือนเดิม เจสซี่ปิดประตูทันที

“เจสซี่ คือว่า…”

“ช่วยฟังหน่อยได้มั้ย” เจสซี่ว่าพลางดึงตัวอีกคนเข้ามากอดอีกครั้ง ใบหน้าคมคายซบลงกับบ่าของคนในอ้อมแขน ซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมา

“เอ๊ะ”

“รอยยิ้มนั้นของเธอเหมือนกับความอบอุ่นของแสงอาทิตย์…” ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เสียงทุ้มนุ่มก็ร้องเพลงขึ้นมาเสียก่อน ตอนเช้าของพวกผม เพลงที่เจสซี่กับไทกะแต่งด้วยกัน ทำให้โฮคุโตะชะงักค้างไปชั่วครู่ ร้องเพลงนี้แบบนี้น่ะ หมายความว่าอีกคนอยากบอกให้เขารู้ว่าตัวเองกับไทกะกำลังคบกันอยู่ใช่มั้ย

เพลงหวาน ๆ กับเสียงนุ่มหูที่ชวนหลงใหล บัดนี้เป็นเหมือนคมมีดอาบน้ำผึ้งที่บาดลึกเข้าไปในใจคนฟังจนต้องพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนแกร่งที่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดแน่น

“ไม่เอา เจสซี่ ปล่อย”

“ไม่ว่าจนถึงเมื่อไหร่ ผมอยากไปปกป้องเธออยู่ข้าง ๆ ผมคิดแบบนั้น…

“เจสซี่ ปล่อยฉัน” แม้จะโวยวายเท่าไหร่ ทั้งทุบทั้งตี อีกคนก็ไม่ยอมปล่อยโฮคุโตะออกจากอ้อมกอด และไม่ยอมหยุดร้องเพลงด้วย ทำให้คนฟังได้แต่ร้องไห้อยู่ตรงนั้น เขาไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้ว่าคนตรงหน้ากับใครอีกคนรักกันมากขนาดไหน แล้วทำไมต้องบังคับให้เขาฟัง แค่นี้เขายังเจ็บไม่พออีกหรือ

“ถึงแม้จะเป็นวันทีรีบเร่ง พวกผมก็จะรอคอยอยู่ตรงนั้นทันที…”

“พอเถอะ พอสักที ไม่เอาแล้ว…” โฮคุโตะร้องขอทั้งน้ำตา ไม่เอาแล้ว เจ็บ เจ็บที่สุด ทำไมเจสซี่ถึงทำกับเขาแบบนี้ เขารู้ตัวอยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์ ไม่เห็นจะต้องมาตอกย้ำกันขนาดนี้เลย พอเถอะ หยุดทำร้ายเขาสักที

 “แต่ขออีกแค่นิดเดียว ขอให้ได้อยู่แบบนี้ก็พอใจแล้ว”

จบเพลงเจสซี่ก็ยอมคลายอ้อมกอดออก เมื่อไม่มีแขนแกร่งรั้งเอาไว้ โฮคุโตะก็ทรุดลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น โดยที่คนร้องเพลงกลับนั่งลงก้มหน้าอยู่ข้าง ๆ ถ้าโฮคุโตะสังเกตจะเห็นว่าอีกคนกำลังน้ำตาคลอหน่วยเหมือนกัน

“ทำไมต้องร้องเพลงนี้ให้ฉันฟังด้วย นายจะรักกับใครก็รักไปสิ จะมาตอกย้ำกันทำไมอีกเล่า แค่นี้ฉันยังเจ็บไม่พอใช่มั้ย ต้องให้ฉันตายไปเลยใช่มั้ย!!” โฮคุโตะระเบิดอารมณ์ทั้งหมดออกมา เขาทนไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้วจริง ๆ

“เกลียดฉันขนาดนั้นเลยเหรอ แค่ฉันชอบนาย มันแย่มากขนาดนายต้องมาซ้ำเติมกันแบบนี้เลยรึไง”

นัยน์ตาของเจสซี่เบิกกว้าง คว้าแขนสองข้างของคนที่กำลังร้องไห้โวยวายแล้วดึงเข้าหาตัว จ้องหน้าอีกฝ่าย ร้องถามเสียงสูง

“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ”

“ก็ถามว่าทำไมต้องมาซ้ำเติมกันแบบนี้น่ะสิ!! เกลียดกันมากนักรึไงเล่า!”

“ไม่ใช่ เมื่อกี้นายบอกว่าชอบฉัน นายพูดจริง ๆ ใช่มั้ย”

“เออ ชอบ ชอบมากด้วย พอใจรึยัง” ด้วยอารมณ์ที่ปะทุทำให้โฮคุโตะเผลอพูดทุกอย่างที่เก็บเอาไว้ทั้งหมด กว่าเขาจะรู้ตัว ก็เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างของคนตรงหน้าผ่านม่านน้ำตาพร้อมกับที่เจ้าของรอยยิ้มนั้นพุ่งเข้ามากอดเขาไว้

“ฉันก็ชอบนาย ชอบมาตั้งนานแล้ว ให้ตายสิ ดีใจที่สุดเลย” โฮคุโตะหยุดร้องไห้ทันที ได้แต่นั่งงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นแทน หมายความว่ายังไงกัน ชอบเขาอย่างนั้นเหรอ

“เดี๋ยวนะ เจสซี่ เมื่อกี้นายบอกว่าชอบฉัน?”

“อือ ฉันชอบนาย”

“ไม่ใช่ว่านายคบกับไทกะอยู่เหรอ” คนตัวสูงกว่าผละออกมองอีกคนอย่างงุนงง ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยปฏิเสธในทันที

“เปล่า ไทกะชอบจูริอยู่ต่างหาก ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนเนี่ย” พอได้ยินคำตอบชัด ๆ โฮคุโตะก็พูดอะไรไม่ออก ตกลงว่าที่พวกเขาดราม่ากันมาเป็นอาทิตย์คือคิดไปเอง เครียดไปเอง บ้ากันไปเองงั้นสิ

ตอนนี้โฮคุโตะชักอยากร้องไห้อีกสักรอบแล้ว

แต่ถึงจะนึกเครียดกับสภาพตัวเองที่ผ่านมาเป็นอาทิตย์ แต่โฮคุโตะก็นึกดีใจกับเพื่อนอีกคนด้วย  ถ้าไทกะชอบจูริ มันก็หมายความว่าทั้งสองคนใจตรงกัน เพราะแรพเปอร์ร่างผอมคนนั้นแอบชอบหนุ่มหน้าสวยมานานมากแล้ว ถ้าทั้งคู่คุยกันลงตัวแล้วได้คบกัน โฮคุโตะยินดีด้วย อย่างน้อยจูริก็ไม่ต้องอกหักแล้วล่ะนะ

“ตกลงว่าไปเอาความคิดนั้นมาจากไหน ที่เมื่อกี้ร้องไห้เพราะเข้าใจว่าเป็นเพลงที่ฉันกับไทกะแต่งให้กันเองใช่มั้ยเนี่ย”

แน่ล่ะว่าโฮคุโตะก็ยังคงเงียบเหมือนเดิม เจสซี่ที่เห็นแบบนั้นได้แต่ยิ้มบาง ๆ ท่าทางว่าเขาจะเดามาถูกทางแล้วล่ะ โฮคุโตะถึงได้ทำท่าเหมือนเถียงไม่ออกแบบนี้

“แล้วขอฉันเดาต่อนะ ที่นายเมินฉันมาเป็นอาทิตย์เพราะเรื่องนี้เหมือนกันล่ะสิ” เพราะตั้งแต่แสดงกามุชาระจบ อีกคนก็แทบจะปลีกตัวหนีออกจากชีวิตเขาไปโดยปริยาย พอ ๆ กับที่จูริหนีไปจากไทกะ แล้วทั้งสองคนก็เอาแต่อยู่ด้วยกันมาตลอด

มือหนายกขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มของอีกฝ่ายแผ่วเบา ขณะที่อีกคนได้แต่เบือนสายตาหนี โฮคุโตะไม่สามารถมองสบตาเจสซี่ได้จริง ๆ หลังจากที่อีกฝ่ายอธิบายการกระทำที่ผ่านมาของเขาทั้งหมดได้ราวตาเห็น เขายอมรับกันตรง ๆ เลยว่าอายมาก อายกับการคิดไปเองจนนั่งร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรมาเป็นอาทิตย์ ตีตัวออกห่างจากคนตรงหน้า ยิ่งได้เห็นสายตาที่มองมากับสัมผัสจากมืออุ่น ๆ ที่เช็ดน้ำตาบนหน้า เขายิ่งอาย

“เพลงนั้นน่ะ ฉันกับไทกะตั้งใจแต่งให้นายกับจูริ แต่จู่ ๆ พวกนายก็ตีตัวออกห่างจากพวกฉัน แล้วหันไปอยู่ด้วยกันมากขึ้น พวกฉันน่ะหึงแทบตาย รู้มั้ย ทั้งหึง ทั้งหวง ทั้งกังวล คิดวนไปวนมาเป็นร้อยรอบว่าฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจรึเปล่า หรือนายจะรังเกียจฉันที่ดันไปชอบนายมากกว่าคำว่าเพื่อน”

เจสซี่เลื่อนมือเข้าไปโอบรั้งโฮคุโตะเข้ามาใกล้อีกครั้งก่อนจะพูดต่อ “แต่ฉันก็ยังแอบหวังอยู่นิด ๆ นะ ฉันก็เลยร้องเพลงนั้นเพราะอยากให้นายรู้ว่าฉันคิดยังไงกับนาย แต่ก็กลายเป็นว่านายทั้งโวยวาย ทั้งร้องไห้ ฉันก็เลยคิดว่าคงหมดหวังแล้วจริง ๆ ใครจะไปคิดล่ะ ว่าเรื่องจะพลิกกลับมาเป็นแบบนี้… นี่ มองหน้าฉันสิ โฮคุโตะ”

โฮคุโตะทำตามคำพูดของอีกฝ่าย เขาได้เห็นดวงตาคู่สวยที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน กับรอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบในสายตาของเขาสว่างสดใสขึ้น ดวงตากับรอยยิ้มที่ทำให้โฮคุโตะหลงรักอีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้น

“ฉันจะร้องให้ฟังอีกทีนะ คราวนี้ช่วยตั้งใจฟัง อย่าร้องไห้อีกล่ะ รู้มั้ย”

“ไม่ร้องแล้ว” เพราะโดนแหย่ โฮคุโตะจึงทำหน้ามุ่ยใส่เจสซี่ที่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะร้องเพลงที่เขาขอให้ไทกะเขียนเนื้อร้องให้ฟังอีกครั้ง

ในตอนเช้า เธอที่สะลึมสะลือนอนพิงไหล่ของผมอยู่

โดยไม่ได้คิดอะไร ผมกอดและมอบพลังให้เธอ

ความสุขนั้นไม่มีเสียง แถมยังเปลี่ยนสีได้ทันที

แต่ในวันหนึ่งๆ เราจะสามารถรับรู้ได้ในช่วงเวลาหนึ่งอย่างแน่นอน

รอยยิ้มนั้นของเธอเหมือนกับความอบอุ่นของแสงอาทิตย์

ไม่ว่าจนถึงเมื่อไหร่ ผมอยากไปปกป้องเธออยู่ข้าง ๆ ผมคิดแบบนั้น

ถึงแม้จะเป็นวันที่รีบเร่ง พวกผมก็จะรอคอยอยู่ตรงนั้นทันที

แต่ขออีกแค่นิดเดียว ขอให้ได้อยู่แบบนี้ก็พอใจแล้ว

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความจริงเราอยากเขียนเจสซี่กับไทกะล่ะค่ะ คือตั้งใจจะให้มีเฉพาะช่วงดราม่าของจูริกับโฮคุโตะช่วงแรกสุดเลยแค่นั้น แต่เราฝืนคู่ที่เราชิปมากทั้งจูริไทกะ แล้วก็เจสโฮคุไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องใส่จนได้…//โดนชิปเปอร์เจสไทกะรุม

อย่างที่บอกไปแล้วว่าเราได้รับความอนุเคราะห์จากแอดมินเพจ 6tonesFC ให้เอาเนื้อเพลงมาใช้ได้ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ แล้วก็ขอบคุณที่คอยแปลแมก แปลเพลงต่าง ๆ ให้แฟนคลับที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นแต่ดันติ่งหนักมากอย่างเราได้เข้าใจหนุ่ม ๆ มากขึ้น

ที่สำคัญขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ

Advertisements