Tags

, , , , , , ,

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ

วันนี้ว่างพอดีค่ะ เลยได้ลงฟิควาเลนไทน์ในวันจริง แต่ตัวเนื้อหานี่เขียนเสร็จตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วค่ะ ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงฟิตค่ะ นี่เหลืออีกพล็อตนึงที่อยากจะเขียนด้วยนะคะ แต่เป็นเรื่องยาวที่กำลังอยู่ในช่วงวางโครงเรื่องค่ะ หวังว่าไฟจะไม่หมดไปซะก่อนนะคะ

ฟิคเรื่องนี้ยังคงวนเวียนอยู่กับเด็ก ๆ SixTONES เหมือนเดิมและคู่เดิม เราชิปคู่นี้หนักมากจริง ๆ ถึงคนส่วนใหญ่จะไม่ได้ชิปคู่นี้เลยก็เถอะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ เรามีความสามารถในการมโนอยู่กับตัวอยู่แล้ว//โดนเตะ

เอาเป็นว่าเราควรเลิกบ่นและเข้าเรื่องได้ดีกว่านะคะ

 

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หรือ boy’s love ใครที่ไม่รู้จัก ไม่ชอบ หรือใด ๆ ก็ตามแต่รบกวนช่วยเปลี่ยนไปหน้าอื่นนะคะ และอีกประการหนึ่งวันช็อตเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อสนองนี้ดตามจินตนาการคนแต่ง บุคคลในเรื่องมีตัวตนจริงแต่ไม่ได้เป็นไปตามในเรื่องค่ะ

 

[One Shot – SixTONES] Valentine’s Chocolate

Pairing : Jesse x Matsumura Hokuto

Note : บทสัมภาษณ์ที่อ้างถึงในนี้เรามโนขึ้นมาล้วน ๆ ไม่มีอยู่จริงค่ะ

.

มัตสึมุระ โฮคุโตะไม่เคยนึกเครียดกับการทำอาหารมาก่อนในชีวิต

เขาชอบทำอาหารและทำมันได้ดีด้วย ทำให้เขาไม่เคยต้องมานั่งกังวลว่าอาหารที่ทำออกมาจะอร่อยไหม หรือมีหน้าตาเป็นยังไง

แต่ไม่ใช่กับการทำช็อกโกแลตสำหรับวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงในอีกสามวันนี้

โฮคุโตะซื้อวัตถุดิบมาเตรียมพร้อมไว้ค่อนข้างเยอะ เพราะไม่เคยทำช็อกโกแลต เขาเลยตั้งใจจะลองทำก่อนทำจริง ซึ่งพอทำออกมาแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มันไม่ได้แย่เลย แต่เขากลับรู้สึกไม่พอใจมัน ไม่พอใจตั้งแต่รสชาติที่ดูจะหากินได้ทั่วไป เช่นเดียวกับรูปร่างของชิ้นช็อกโกแลตที่มีวางขายกันดาษดื่น ไม่พอใจแม้แต่กระดาษห่อกับริบบิ้นที่ตอนซื้อก็คิดว่าเลือกมาเป็นอย่างดีแล้ว

เรียกได้ว่าเขาไม่พอใจอะไรไอ้ช็อกโกแลตนี่สักอย่างนั่นแหละ

อาจเป็นเพราะเขากังวลว่าคนรับจะมีความเห็นยังไงต่อช็อกโกแลตโฮมเมดของเขาก็เป็นได้ ทั้งที่ตามปกติแล้วเวลาทำอาหารหรือทำขนมก็ไม่เคยต้องมาคิดว่าคนกินจะรู้สึกอย่างไรกับอาหารที่เขาทำ แต่พอนึกว่าจะต้องทำให้ใครสักคนเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์แล้ว เขาก็อดคิดมากไม่ได้ ยิ่งนี่เป็นวาเลนไทน์แรกหลังจากที่พวกเขาตกลงคบเป็นแฟนกันด้วยแล้วยิ่งทำให้โฮคุโตะคิดหนัก

หรือความจริงเขาไม่ต้องให้ก็ได้ เพราะยังไงเขาก็ไม่ใช่ผู้หญิงอยู่แล้ว วันที่ผู้ชายจะเป็นคนให้ช็อกโกแลตน่ะ มันวันไวท์เดย์ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งจะทำให้เขามีเวลานั่งคิดเพิ่มขึ้นอีกตั้งเดือนว่าจะแก้ไขช็อกโกแลตที่ไม่ถูกใจเขาสักทีอย่างไร

แต่พอคิดว่าอีกคนน่าจะดีใจที่ได้ของขวัญวาเลนไทน์ เขาก็เลยยังเอาเวลาว่างที่ควรจะไปอ่านหนังสือหรือซ้อมเต้นมานั่งลองทำช็อกโกแลตเจ้าปัญหานี่เหมือนเดิม

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ลองปรึกษาคนอื่น ๆ ดู ทานากะ จูริ เพื่อนร่วมยูนิต SixTONES ที่เคยบอกเขาว่าจะทำของขวัญวาเลนไทน์ให้แฟนอย่าง เคียวโมโตะ ไทกะ ที่เป็นเพื่อนร่วมยูนิตของเขาอีกคน ก็บอกแค่ว่าเขาคิดมากเกินไป และบอกว่าตัวจูริเองก็อบคุกกี้ให้เหมือนที่ทำทุกที เพียงแต่ทำเป็นคุกกี้ช็อกโกแลตเท่านั้น

คิคุจิ ฟูมะและนาคาจิมะ เคนโตะ อดีตเพื่อนร่วมยูนิตที่ปัจจุบันเดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง Sexy Zone นั้นก็ไม่ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อเขาเลยสักนิด

“ถ้าคิดไม่ตก ก็จับตัวเองผูกโบให้เป็นของขวัญแทนเลยสิ”

“แบบว่าชวนไปเดต แล้วไปจบที่ห้องใครสักคน… หมอนั่นน่าจะชอบน้า”

โฮคุโตะตัดสินใจโยนคำแนะนำที่ออกจะติดเรทของสองคนนั้นทิ้งไปทันทีที่ได้ยิน ถึงบนเวทีเขาจะกล้าขนาดไหนแต่นั่นมันก็งาน ไม่ใช่ว่าเรื่องส่วนตัวเขาจะกล้าทำขนาดนั้นสักหน่อย

เขาหยิบช็อกโกแลตรูปหัวใจชิ้นหนึ่งเข้าปากพลางนึกในใจว่าช่วงนี้เขาคงต้องออกกำลังกายเพิ่มขึ้นกว่าเดิมสักสองเท่าเพราะกินช็อกโกแลตมากเกินไป

.

วันพรุ่งนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์แล้วแต่เขายังคิดเรื่องช็อกโกแลตไม่ตกสักที

โฮคุโตะเป็นกังวลมากแล้วหลังจากผ่านมาหลายวันแต่เขายังทำช็อกโกแลตได้ไม่ถูกใจ เขาทั้งลองปรับสูตรใหม่ ลองใส่ผลไม้ ถั่ว คาราเมลและอื่น ๆ ที่เขาคิดว่าคนได้รับน่าจะชอบลงไปแล้วแต่มันก็ยังไม่ลงตัว

“นี่พวกนายดูแมกที่พวกเราให้สัมภาษณ์เรื่องของขวัญวาเลนไทน์ที่เพิ่งออกกันยัง” โคจิ ยูโกะ พี่ใหญ่ของวงเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวของพวกเขา พร้อมชูนิตยสารที่ถืออยู่ในมือโบกไปมาให้คนอื่น ๆ ในห้องได้เห็นด้วย

เมื่อยูโกะเดินเข้ามาแล้ว เจสซี่ หนุ่มลูกครึ่งอเมริกันร่างสูงก็เดินตามเข้ามา โฮคุโตะที่เห็นอีกฝ่ายก็ก้มลงสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ในมือต่อ ช่วงนี้เขาไม่ค่อยกล้ามองหน้าเจสซี่สักเท่าไหร่ ในเมื่อเขายังทำช็อกโกแลตวาเลนไทน์ที่ถูกใจไปให้อีกคนไม่ได้ เขาเลยรู้สึกแย่อยู่พอสมควร

“อรุณสวัสดิ์ โฮคุโตะ” เจสซี่เดินเข้ามาทักเขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาแค่พยักหน้าตอบซึ่งนั่นก็ทำให้รอยยิ้มสดใสของคนตรงหน้าเฝื่อนลงเล็กน้อย โฮคุโตะได้แต่นึกขอโทษอีกคนอยู่ในใจ

“ไหน ๆ แมกออกวันนี้นี่เนาะ ใครตอบอะไรไปบ้างอะ” จูริหยิบนิตยสารออกมาจากมือยูโกะ โดยมีไทกะกับชินทาโร่ที่นั่งอยู่ขนาบข้างหันมาดูด้วยอย่างสนใจ ในการสัมภาษณ์วันนั้นพวกเขาถูกจับแยกกันสัมภาษณ์ทีละคน ทำให้ไม่รู้เลยว่าใครพูดอะไรไปบ้าง อีกทั้งจูริยังเป็นต้นคิดว่าให้มาดูกันวันที่นิตยสารออกซึ่งก็ตรงกับวันก่อนหน้าวาเลนไทน์เพียงหนึ่งวันด้วย โฮคุโตะที่ตอนแรกกะว่าจะฉวยโอกาสในตอนสัมภาษณ์นั้นสืบว่าเจสซี่อยากได้อะไรและเตรียมของให้ตามที่อีกคนอยากได้หมดโอกาสในทันที และต้องมานั่งปวดหัวว่าจะทำช็อกโกแลตแบบไหนดีอย่างตอนนี้

โฮคุโตะฟังที่เพื่อนพูดบรรยายคำตอบของแต่ละคนแบบผ่าน ๆ ก่อนจะมาสะดุดกับคำพูดของไทกะที่พูดถึงคำตอบของเจสซี่

ช็อกโกแลตทำเองที่ไม่เหมือนใคร เหรอ ยังไงเนี่ยเจสซี่”

“ก็ตามนั้นแหละ” เจสซี่ตอบไทกะก่อนจะเดินมากอดคอโฮคุโตะที่เก็บโทรศัพท์แทบไม่ทัน เขาไม่อยากให้เจสซี่เห็นว่าเขากำลังหาสูตรทำช็อกโกแลตอยู่

“นี่ พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันมั้ย” สายตาของหนุ่มลูกครึ่งเป็นประกายวิ้งวับเช่นเดียวกับรอยยิ้มกว้างขวาง และนั่นก็ทำให้เขาปฏิเสธคำชวนของอีกฝ่ายไม่ลง แม้ว่าจะไม่ได้มีความคิดนั้นอยู่ในหัวแต่แรกแล้วก็ตาม

“พรุ่งนี้… ได้สิ”

“งั้นเดี๋ยวฉันไปรับที่บ้านตอนสิบโมงนะ” โฮคุโตะพยักหน้ารับ แต่ในใจเริ่มกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ จากคำตอบในแมกของอีกฝ่าย

ช็อกโกแลตทำเองที่ไม่เหมือนใคร นี่มันโจทย์นรกสำหรับโฮคุโตะชัด ๆ

.

“นายโอเคมั้ย โฮคุโตะ” คนถูกเรียกหันไปมองหน้าคนถามอย่างงง ๆ

“ก็ช่วงนี้นายดูเงียบ ๆ อะ ปกติจะร่าเริงกว่านี้นี่” ชินทาโร่ว่าพลางนั่งลงข้าง ๆ

พวกเขาเพิ่งซ้อมเพลงที่จะใช้ขึ้นแสดงไลฟ์เสร็จ คนที่เหลืออีกสี่คนกำลังอาบน้ำอยู่ โฮคุโตะที่อาบน้ำเสร็จแล้วตั้งใจจะนั่งพักสักหน่อยแล้วจะรีบกลับไปทำช็อกโกแลตวาเลนไทน์ต่อ ถึงเขาจะยังไม่มีไอเดียอะไรเลยก็ตาม เพราะไม่ว่าอย่างไรพรุ่งนี้เขาจะต้องมีของขวัญวาเลนไทน์ไปเซอร์ไพรส์เจสซี่ให้ได้

“ไม่มีอะไรหรอก แค่นาน ๆ ทีก็อยากอยู่นิ่ง ๆ บ้างนี่นา”

“งั้นเหรอ เจสซี่ห่วงนายมากนะเห็นนายนั่งเงียบตลอดแบบนี้” คำบอกเล่านั้นทำให้โฮคุโตะใจกระตุกไปเล็กน้อย

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอกน่า”

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว แต่ถ้ามีเรื่องอยากพูดก็บอกได้นะ” คำพูดของชินทาโร่ทำให้โฮคุโตะหลุดหัวเราะออกมานิดนึง โดยที่เขาไม่ทันได้สังเกต ชินทาโร่ก็โตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมจะเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้แล้ว

“หัวเราะอะไรเล่า”

“เปล่า ๆ แค่คิดว่าชินทาโร่ก็โตแล้วเหมือนกันน้า~” คนโดนบอกว่าโตแล้วทำหน้ามุ่ยใส่ เอ่ยประท้วงว่า

“ฉันโตมาตั้งนานแล้ว นายอะไม่รู้เอง” โฮคุโตะหัวเราะต่อ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจัง แล้วถามชินทาโร่ว่า

“เออ นี่ ถ้าสมมุติว่านายต้องทำช็อกโกแลตให้ใครสักคน นายจะทำยังไงน่ะ”

ชินทาโร่มองหน้าคนถามอย่างงง ๆ สักพักก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก คนอายุน้อยกว่ายิ้มบาง ๆ ให้ แล้วตอบคำถาม

“ก็ทำไปตามปกติน่ะแหละ ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจไม่ใช่เหรอ ถึงจะไม่ได้ดีกว่าหรือต่างไปจากที่เขาทำกันทั่วไป แต่ถ้าเราตั้งใจทำให้ ไม่ว่ายังไงคนรับก็ต้องดีใจอยู่แล้วแหละ”

โฮคุโตะพยักหน้ารับคำของอีกฝ่าย ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจคำพูดของชินทาโร่ เพียงแต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็อยากทำช็อกโกแลตในแบบที่แฟนของเขาอยากได้อยู่ดี

.

เจสซี่ส่งยิ้มสดใสให้โฮคุโตะทันทีที่ชายหนุ่มเดินมาเปิดประตูบ้าน ร่างสูงของหนุ่มเชื้อสายอเมริกันอยู่ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังทับเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์สีเข้มกับบูทสีดำซึ่งเข้ากับเจ้าตัวเป็นอย่างดี สมกับที่เป็นนายแบบประจำของนิตยสารแฟชั่น

“ไปกันเลยมั้ย”

“อือ” โฮคุโตะตอบรับ ปิดประตูบ้านแล้วเดินไปยืนข้าง ๆ คนที่สูงกว่า เงยหน้ามองอีกคนที่จ้องหน้าเขาเขม็งอย่างสงสัย

“หน้าฉันมีอะไรติดรึไง”

“เปล่าหรอก แต่แค่คิดว่าขอบตานายคล้ำนะ ช่วงนี้นอนน้อยเหรอ” มือหนาแตะหน้าเขาเบา ๆ ก่อนจะไล้นิ้วมือไปตามขอบตาที่คล้ำขึ้นเล็กน้อย

“อ่า มัวแต่ทำโน่นทำนี่เพลินไปหน่อยน่ะ ไม่เป็นไรหรอก” คนตัวเตี้ยกว่าได้แต่คิดว่าเรื่องอะไรจะบอกว่าเขานอนไม่พอเพราะมัวแต่นั่งหาสูตรช็อกโกแลตมาลองทำให้เจ้าตัวกันล่ะ

“นายนี่นะ ดูแลตัวเองหน่อยสิ” ว่าจบก็คว้ามือของโฮคุโตะไว้แล้วพาเดินไปด้วยกัน

“แล้ววันนี้อยากไปไหนล่ะ” เจสซี่หันมาถามเขา ซึ่งทำให้คนถูกถามหันไปมองอีกคนด้วยความงุนงง เห็นชวนมาเขาก็นึกว่าวางแผนอะไรเอาไว้แล้ว แต่ถึงจะงงยังไง เขาก็ยังนิ่งคิดอยู่สักพัก แล้วตอบว่า

“ไม่มีนะ ไปที่ที่นายอยากไปเถอะ”

“ไม่มีเลยจริง ๆ เหรอ ไม่ต้องเกรงใจกันนะ อยากไปไหนก็บอกได้เลย” เมื่อเห็นท่าทางของเจสซี่วันนี้ที่ดูจะตามใจเขาแบบสุด ๆ แล้ว โฮคุโตะจึงตัดสินใจทันที

“งั้น… ไปสวนสนุกกัน” มือของโฮคุโตะที่ถูกคนตัวสูงกว่าจับอยู่เปลี่ยนมาจับมือร่างสูงแทน แล้วออกแรงดึงอีกฝ่ายไปบ้าง

.

“สนุกชะมัด” โฮคุโตะพูดพลางทิ้งตัวลงบนม้านั่งไม้ในสวนสนุก เช่นเดียวกับเจสซี่ที่นั่งลงข้าง ๆ ตอนนี้บริเวณนี้เงียบสงบลงมากเพราะผู้คนส่วนใหญ่เดินไปรอชมขบวนพาเหรดกันหมดแล้ว แต่เขาสองคนตัดสินใจนั่งรอกันอยู่ตรงนี้แทนที่จะเข้าไปเบียดกับคนอื่น ๆ และเสี่ยงต่อการที่มีคนจำได้ ถึงจะยังไม่ได้เดบิวต์ แต่เขาสองคนก็มีแฟนคลับอยู่เหมือนกัน

“อือ วันหลังมาด้วยกันหกคนก็น่าจะดีเนอะ”

โฮคุโตะพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าสโตนส์มากันครบคงจะน่าสนุกยิ่งกว่านี้แน่นอน

แต่ถึงวันนี้จะสนุกอย่างไร โฮคุโตะก็ยังรู้สึกหน่วงอยู่ในใจเพราะเรื่องช็อกโกแลตวาเลนไทน์ที่ยังนอนอยู่ในกระเป๋าของเขาอย่างสงบ ถึงแม้ว่าจะดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ ช็อกโกแลตทำเองที่ไม่เหมือนใคร อย่างที่อีกฝ่ายเคยให้สัมภาษณ์ลงนิตยสารว่าอยากได้จากคนรักเลย และความรู้สึกนั่นก็ทำให้เขาไม่กล้าเอาช็อกโกแลตที่ว่าให้เจสซี่สักที จนตอนนี้ที่เริ่มจะเย็นและใกล้จะได้เวลากลับบ้านแล้ว

“นี่ โฮคุโตะ ฉันถามอะไรหน่อยได้มั้ย”

เสียงเรียกจากแฟนหนุ่มหลังจากที่เงียบไปสักพักทำให้โฮคุโตะหันไปมองและพบกับใบหน้าคมคายที่ฉายแววเคร่งเครียดจริงจัง

“ช่วงนี้นายโอเครึเปล่า สองสามวันมานี้นายเอาแต่นั่งเงียบ วันนี้ก็ดูไม่สนุกเต็มที่เลย แล้วยังนอนไม่พออีก มีปัญหาหรือเครียดอะไรก็บอกฉันได้นะ ถึงจะช่วยไม่ได้ทุกเรื่องก็เถอะ แต่ฉันก็รับฟังนายได้นะ”

กระแสความห่วงใยที่ส่งผ่านมากับประโยคและน้ำเสียงทำให้เขายิ้มบาง ๆ ตอบกลับ แม้ว่าในใจจะรู้สึกแย่พอสมควรที่ไม่สามารถหาของตอบแทนที่อีกฝ่ายอยากได้มาให้สมกับความห่วงใยที่เจสซี่มีให้มาเสมอ

“ฉันไม่เป็นอะไรจริง ๆ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า… นี่ก็เย็นแล้ว เรากลับกันเลยมั้ย” ว่าจบเขาก็ลุกขึ้นยืน แต่มือหนาของอีกคนกลับดึงแขนเขาให้นั่งลงข้าง ๆ แล้วดึงตัวเข้ามากอด

“เจสซี่…”

ใบหน้าหล่อเหลาซบลงบนบ่าของคนในอ้อมแขน ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่ฟังดูอู้อี้

“ช่วงนี้นายดูไม่โอเคเลยจริง ๆ นะ ร่าเริงน้อยลง พูดน้อยลง แกล้งฉันน้อยลง ฉันไม่อยากให้นายเป็นแบบนี้เลย” แขนแกร่งโอบกระชับอีกคนแน่นขึ้น “ทำไมมีอะไรถึงไม่ยอมบอกกันล่ะ ฉันดูพึ่งพาไม่ได้เลยเหรอ หรือฉันทำอะไรผิดรึเปล่า”

โฮคุโตะนิ่งเงียบรู้สึกผิดที่ทำให้อีกคนเป็นห่วงมากมาย และเมื่อความรู้สึกผิดผสมกับความรู้สึกแย่ที่เก็บมาหลายวันรวมไปถึงอ้อมกอดอุ่น ๆ ที่อีกคนมอบให้ก็ทำให้เขาระเบิดออกมา

เจสซี่รู้สึกว่ามีน้ำอะไรสักอย่างหยดลงบนบ่าทำให้เขาผละจากร่างตรงหน้าออกมา และนั่นก็ทำให้เขาตกใจทันทีที่เห็นใบหน้าของแฟนตัวเองชัด ๆ

“เป็นอะไรโฮคุโตะ ร้องไห้ทำไม ไม่เอา อย่าร้อง”

คนร้องไห้ส่ายหน้าเบา ๆ ไม่ใช่ความผิดของเจสซี่หรอก เป็นความผิดของเขาเองที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจแล้วยังทำให้อีกคนต้องพลอยทุกข์ร้อนไปด้วย

โฮคุโตะตัดใจก้มลงเปิดกระเป๋า หยิบเอาห่อช็อกโกแลตที่เป็นผลมาจากความพยายามตลอดหลายวันยื่นให้อีกคนด้วยมือสั่นเทา

“นี่มัน… ช็อกโกแลตเหรอ”

คนให้พยักหน้ารับทั้งที่ยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตาพร้อมสะอื้นเล็ก ๆ เจสซี่เผยรอยยิ้มกว้างที่แสดงความดีใจอย่างปิดไม่มิดก่อนจะโผเข้ากอดโฮคุโตะอีกครั้ง

“ขอบคุณนะ โฮคุโตะ”

“ขอโทษนะ” คนถูกกอดพูดเบา ๆ ทำให้อีกฝ่ายละอ้อมกอดออกมาเล็กน้อยอย่างงุนงง แต่โฮคุโตะไม่รอให้ร่างสูงได้พูดอะไร เขาชิงพูดต่อ

“ขอโทษที่ทำช็อกโกแลตแบบที่นายอยากได้ให้ไม่ได้”

เจสซี่มุ่นหัวคิ้วอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคลายลงเมื่อในหัวเริ่มปะติดปะต่ออะไรได้บ้างแล้ว เขาหัวเราะเบา ๆ ยกสองมือขึ้นประคองหน้าคนที่เอาแต่ก้มมองมือตัวเองให้เงยขึ้นสบตากันตรง ๆ แล้วปาดน้ำตาของคนขี้แยออกอย่างแผ่วเบา

“ถ้านายหมายถึงบทสัมภาษณ์ในแมกนั่นล่ะก็ นายตีความคำพูดฉันผิดแล้วล่ะ”

“เอ๊ะ?”

“ไม่มี ช็อกโกแลตทำเอง ที่ไหนเหมือนกันหรอกนะ คนทำต่างกัน ความรู้สึกตอนทำมันก็ต่างกันไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่ฉันอยากได้ จริง ๆ แล้วก็คือช็อกโกแลตที่คนทำตั้งใจทำให้ฉันคนเดียว ซึ่งคนทำคนนั้นก็คือนาย หรือจะพูดให้ง่ายกว่านี้ คือ ช็อกโกแลตที่ฉันอยากได้คือช็อกโกแลตที่นายเป็นคนทำนั่นแหละ”

คำพูดของเจสซี่ทำให้โฮคุโตะแทบหยุดร้องไห้ในทันที ตกลงว่าที่เขานั่งเครียดมาทั้งคืนคือเขาคิดมากไปเองอย่างนั้นน่ะเหรอ

ถึงชายหนุ่มจะนึกอยากทึ้งหัวตัวเองมากแค่ไหน แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าความรู้สึกหนัก ๆ ที่เก็บมาหลายวันหายไปเป็นที่เรียบร้อยและหัวใจก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก

“แต่ว่านะ ถ้าคนให้เป็นนาย ต่อให้ของที่ได้เป็นอะไรฉันก็ดีใจทั้งนั้นน่ะแหละ… ขอบคุณนะ สำหรับช็อกโกแลต” เจสซี่ขยับเข้าไปแตะริมฝีปากลงบนริมฝีปากของคนในอ้อมแขนแผ่วเบาแล้วถอนออก ก่อนจะส่งรอยยิ้มสว่างไสวที่ทำให้คนมองแทบตาพร่า “ขอบคุณที่คิดถึงเรื่องของฉันนะ… ฉันรักนายชะมัด”

โฮคุโตะคาดเดาได้ว่าหน้าตัวเองคงขึ้นสีแดงก่ำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากความรู้สึกร้อน ๆ ที่พุ่งพรวดขึ้น เขาเสมองไปทางหนึ่งแล้วกลับมาสบตากับหนุ่มลูกครึ่งอีกครั้งก่อนเอ่ยตอบ

“ฉันก็รักนายเหมือนกัน”

.

แถม…

“เป็นไงบ้าง ให้ช็อกโกแลตเจสซี่ไปรึยัง” ฟูมะถามขณะที่เขาและเคนโตะเดินขนาบโฮคุโตะไปตามทางเดินที่มุ่งตรงไปสู่ห้องแต่งตัวของพวกเขาที่อยู่ใกล้ ๆ กัน

“ตกลงว่าได้จับตัวเองผูกโบแถมไปด้วยมั้ย” เคนโตะแซวยิ้ม ๆ ทำให้คนเดินตรงกลางถองสีข้างคนชอบแซวไปแรง ๆ ทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ ทำให้คนโดนศอกถึงกับคู้ตัว กุมสีข้าง ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

“ใครจะบ้าทำอะไรแบบนั้นฮะ… แต่ให้ไปแล้วแหละ”

“เจ้าลูกครึ่งนั่นว่าไงบ้าง โอเคใช่ปะ”

“อือ โอเค ว่าแต่นายเถอะเคนโตะ ให้ไปรึยัง”

“ให้อะไร ให้ใคร นายจะให้ช็อกโกแลตใคร ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะ” ฟูมะถามพลางมองหน้าเพื่อนร่วมวงกับอดีตเพื่อนร่วมยูนิตทั้งคู่สลับกันไปมา

“ตกลงว่ายังสินะ” โฮคุโตะจ้องเคนโตะเขม็ง จนคนโดนมองต้องเสสายตาหันไปทางอื่นอย่างคนมีชนักติดหลัง

“ก็นะ”

“รีบ ๆ ให้ไปได้แล้ว นี่มันเลยวาเลนไทน์มาสองวันแล้วนะ… ฉันไปละ” จูเนียร์เพียงคนเดียวในกลุ่มเอ่ยทิ้งท้ายแล้วเดินลับหายไป ทิ้งไว้แต่สองพี่ใหญ่ของเซ็กซี่โซนอยู่ด้วยกันสองคนบนทางเดิน

“ที่โฮคุโตะพูดน่ะ หมายความว่ายังไง” ฟูมะถาม แต่คนถูกซักก็เพียงก้าวขาออกเดินบ้าง แล้วตอบแบบไม่ใส่ใจอะไร

“เปล่านี่ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ”

“โกหก”

“แล้วนายจะรู้ไปทำไม ไม่ใช่เรื่องของนายสักหน่อยนี่” เคนโตะย้อน ทำเอาคนฟังพูดไม่ออก ได้แต่ยืนเงียบ ก่อนที่บรรยากาศอึมครึมจะหายไปเมื่อเคนโตะหลุดหัวเราะเบา ๆ

ชายหนุ่มหยิบกล่องของขวัญกล่องเล็ก ๆ ออกจากกระเป๋า โยนให้เพื่อนคู่หู แล้วเดินต่อ ปล่อยให้ฟูมะมองคนที่เดินไปไม่รอด้วยรอยยิ้มกว้าง ร่างสูงวิ่งตามเข้าไปกอดคออีกฝ่ายไว้แล้วพูดคำพูดที่ทำให้คนฟังแย้มยิ้มกว้าง

“ช็อกโกแลตของฉันน่ะ รอเอาวันไวท์เดย์นะ”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบแล้วค่ะ เย้

ตั้งแต่เขียนฟิคคู่นี้มาสามเรื่อง รู้สึกเหมือนนิสัยโฮคุโตะไม่คงที่สักเรื่อง แย่แล้วล่ะค่ะ ฮา

เราเป็นคนเขียนเองก็จริง แต่นึกเสียดายที่โฮคุโตะไม่ได้ทำตามคำแนะนำของฟูมะเคนโตะเหมือนกันค่ะ อยากเห็นโฮคุโตะผูกโบ~ (//โดนเมนกระทืบ)

ยังไงก็ต้องขอบคุณนะคะที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ ไว้เจอกันในเรื่องหน้านะคะ

Advertisements