Tags

, , , , , , , ,

หายหัวไปนานมาก ฮา ไม่ได้เขียนอะไรมาสักพักแล้วเพราะมัวแต่ปั่นงานอยู่ (จริง ๆ ก็มีงานที่ต้องปั่นอยู่อีกเยอะเลยนะ แต่ทิ้งไว้ก่อน//กินเอฟ) แต่พอครั้งนี้ งานไม่เดินมันก็เลยเกิดอาการขี้เกียจ อู้ซะหน่อยค่ะ

อีกเป็นอาทิตย์กว่าจะถึงคริสต์มาสก็จริง แต่เพราะอารมณ์มันได้ เลยอยากเขียนอะไรเกี่ยวกับคริสต์มาสล่วงหน้า เพราะไหน ๆ คริสต์มาสปีนี้ก็ไม่ได้อยู่บ้านแล้วด้วย เลยเอามาลงซะก่อนค่ะ

ฟิคเที่ยวนี้เป็นฟิคไอดอลฟิคแรกในชีวิตเลยค่ะ ฮา เป็นเด็กจูเนียร์ของค่ายจอห์นนี่ ถึงจะน้อง ๆ จะยังไม่ได้เดบิวต์ แต่นี่ก็เชียร์อยู่นะ หลงน้อง ๆ ตั้งแต่ตอนที่เล่นบากะเลยาแล้ว (ทั้งที่ความจริงตอนนั้นตั้งใจจะดูสาว ๆ แท้ ๆ ดันไปหลงหนุ่ม ๆ แทนซะได้ ไม่รู้จะโทษใครดี โทษน้อง ๆ ที่น่ารักเกินไป หรือโทษตัวเองที่เผลอไป)

เอาเป็นว่าเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนาะคะ บ่นอยู่นั่นแหละเนอะ

 

[One shot – SixTONES] Christmas Night

Pairing : Lewis Jesse × Matsumura Hokuto

Rate : PG

 

ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะรู้สึกอิจฉาเพื่อนมากขนาดนี้

เริ่มจากการที่เขามีสอบในวันที่ 26 ธันวาคม ทำให้เขาไปเที่ยวกับครอบครัวไม่ได้และต้องนั่งอ่านหนังสือสอบในคืนวันคริสต์มาส ตามด้วยชินทาโร่ที่โทรหาทุกคนในสโตนส์เพื่อชวนไปเที่ยวในคืนวันนี้ ซึ่งเขาก็เป็นคนเดียวที่ไปด้วยไม่ได้ ขนาดยูโกะที่เขาจำได้ว่ามีสอบในช่วงเวลานี้เหมือนกันยังตอบว่า

“ฉันสอบเสร็จตั้งแต่วันที่ 23 แล้ว”

สุดท้ายทั้งห้าคนจึงออกไปเที่ยวกัน เหลือเขาที่ต้องนั่งแกร่วอ่านหนังสืออยู่คนเดียว และนั่นก็ทำให้โฮคุโตะรู้สึกเหมือนถูกทิ้งอย่างไรอย่างนั้น

“อย่าไปคิดเรื่องอื่น คิดแต่เรื่องสอบก่อน” เขาพยายามบอกตัวเอง แต่ความคิดว่าตัวเองถูกทิ้งยังคงลอยวนอยู่ในหัวจนเขาอ่านหนังสือไม่ได้ และสุดท้ายเขาก็ต้องวางหนังสือลง ถอดแว่นตาออกพักเล็กน้อย

เขาตั้งใจจะลงไปหาอะไรกินสักนิดแล้วค่อยมาอ่านหนังสือต่อ นาฬิกาบนโต๊ะบอกเวลาสองทุ่มแล้ว เขาหันออกไปมองนอกหน้าต่างเล็กน้อย

ภาพโตเกียวที่เต็มไปด้วยแสงไฟที่ถูกประดับประดาอย่างสวยงามตรึงสายตาของโฮคุโตะไว้ได้พอสมควร เขาอดนึกไม่ได้ว่าเพื่อนร่วมวงอีกห้าคนกำลังทำอะไรอยู่ จะกำลังเดินดูแสงไฟในเมือง ช็อปปิ้ง นั่งพักในสวนสาธารณะ หรือนั่งกินขนมดื่มของอุ่น ๆ ในคาเฟ่ที่ไหนสักที่กัน

แต่ยิ่งคิดชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกเหงา เขาสะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เดินลงไปในครัว จัดแจงต้มน้ำเตรียมชงชาอุ่น ๆ มากินให้ผ่อนคลาย

เพลง Jingle Bells จากที่ไหนไกล ๆ ลอยมาให้ได้ยินแผ่ว ๆ โฮคุโตะเผลอตัวฮัมเพลงตามทำนองที่คุ้นเคยมาแต่เด็ก ก่อนจะนึกไปถึงปาร์ตี้คริสต์มาสเมื่อปีก่อนที่เจสซี่กับจูริเป็นคนต้นคิดจัดขึ้นมา แล้วลากพวกเขาไปปาร์ตี้ด้วยกัน แล้วใครก็ไม่รู้ก็พูดขึ้นมาว่าให้ชวนทาคาคิมาด้วย แก๊งบาคาดะจะได้อยู่ด้วยกันครบ ทำให้ทาคาคิกลายเป็นเจ้ามือปาร์ตี้ ซื้อของกินเครื่องดื่มเข้ามาให้รุ่นน้องสนุกกัน วันนั้นชินทาโร่เกิดคึกขึ้นมา เปิดเพลงนี้วนไปมาเป็นสิบรอบ จนไทกะทนไม่ไหวเดินไปปิดวิทยุทิ้งจนเจ้าน้องเล็กทำหน้างอใส่ให้ทุกคนหัวเราะเล่น

แล้วทำไมคริสต์มาสปีนี้เขาต้องมานั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียวเนี่ย

พอโฮคุโตะกลับขึ้นมาที่ห้อง วางแก้วชาลงบนโต๊ะ หน้าจอสมาร์ทโฟนก็สว่างขึ้นพร้อมกับสั่นเตือนเพื่อบอกว่ามีเมลเข้า เขาเปิดดูก่อนจะทำหน้ามุ่ย เป็นอันว่าเขาได้คำตอบจากข้อสงสัยก่อนหน้าแล้วเรียบร้อย

จอโทรศัพท์ฉายรูปคนอื่น ๆ ในสโตนส์ ฉากหลังคนทั้งห้าเป็นคาเฟ่แห่งหนึ่ง บนโต๊ะมีขนมที่ตกแต่งตามเทศกาลคริสต์มาสวางอยู่หลายชิ้น มีตัวอักษรที่ถูกเขียนเพิ่มหลังถ่ายภาพที่อ่านได้ว่า “Merry X’mas” ซึ่งแน่ล่ะว่าโฮคุโตะไม่ได้มีความรู้สึกยินดีไปกับคำอวยพรวันคริสต์มาสและรูปที่เพื่อนร่วมวงส่งมาให้สักนิด

ใจร้ายกันเกินไปแล้ว โฮคุโตะได้แต่นึกโวยวายอยู่ในใจ เขาโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงแล้วกระโจนตามลงไปนอนแผ่ แค่นี้เขาก็เหงามากพออยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องถ่ายรูปมาทำร้ายกันเพิ่มเลย

เมื่อกลิ้งไปมาบนเตียงได้สักพัก เขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นมานั่ง ตั้งสติ ปัดความคิดทุกอย่างออกแล้วเดินไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ

.

โฮคุโตะลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย และตื่นเต็มตาเมื่อพอจะรวบรวมสติได้ เขาเผลอนั่งหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เหลือบมองนาฬิกาก็แสดงเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว เขาหลับไปเกือบสองชั่วโมงได้ และเพราะนอนฟุบบนโต๊ะตั้งนาน ทำให้เขาปวดเมื่อยที่กล้ามเนื้อคอแบบสุด ๆ แต่ระหว่างที่กำลังสะบัดหัวไล่ความง่วง เตรียมตัวอ่านหนังสือสอบต่อก็มีเสียงกดกริ่งที่หน้าบ้านดังขึ้นให้เขาขมวดคิ้วมุ่น จะห้าทุ่มแล้ว ใครที่ไหนมันจะบ้ามาเยี่ยมตอนเกือบห้าทุ่มกัน ยังไม่นับว่าครอบครัวของเขาไม่อยู่บ้านด้วยนะ

เขาลงความเห็นในใจว่าคงเป็นพวกมือบอน ไล่กดกริ่งบ้านคนอื่นไปทั่ว จึงกะจะลงมาว่าสักหน่อย แต่คนที่ไอดอลหนุ่มเจอกลับเป็นเพื่อนร่วมวงที่ยืนรออยู่หน้าบ้านพร้อมกับรอยยิ้มสว่างไสวที่เขาแสนจะคุ้นเคย

“เจสซี่” เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างงุนงง แต่ก็ขยับตัวไปข้าง ๆ เพื่อให้อีกคนเดินเข้าบ้านมาได้ ส่วนตัวเขาก็รอปิดประตูตามประสาเจ้าของบ้านที่ดี

“รบกวนหน่อยนะครับ” หนุ่มลูกครึ่งพูด ถอดรองเท้าออก และส่งถุงขนาดใหญ่ที่อยู่ในมือให้กับเจ้าของบ้านที่มองตนอย่างประหลาดใจ “ของฝาก”

“นายมาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย ไปเที่ยวกับพวกยูโกะไม่ใช่เหรอ” โฮคุโตะรับถุงมาแบบงง ๆ ยังคงจ้องหน้าผู้มาเยือนยามวิกาลอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ก็เมื่อตอนสองทุ่มยังส่งรูปที่ไปเที่ยวกันมาเยาะเย้ยอยู่เลยไม่ใช่เหรอ

“ก็ไปมาน่ะสิ แต่เห็นว่านายอยู่บ้านคนเดียวคงเหงาแย่ ฉันเลยว่าจะมาค้างด้วย รบกวนด้วยนะ”

“หา!?”

เจสซี่ยิ้มกว้างให้อีกคนที่อ้าปากค้างด้วยความตกใจไปแล้ว ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะปล่อยของในมือลงพื้นได้ตลอดเวลา “เฮ้ ระวังหน่อย นั่นน่ะเค้กของขวัญวันคริสต์มาสจากทุกคนเลยนะ เดี๋ยวก็เละหมด”

โฮคุโตะเริ่มรู้สึกตัว รีบเอากล่องเค้กไปวางบนโต๊ะอาหาร เอามันออกมาจากถุงพลาสติกแล้วเปิดฝาออกดู

มันเป็นเค้กช็อกโกแลตก้อนกลมก้อนหนึ่ง หน้าเค้กปาดเป็นลายขรุขระอย่างจงใจ ตรงกลางเป็นข้อความที่เขียนด้วยครีมสีขาว ประดับใบมิสเซิลโทปลอมที่ทำจากน้ำตาล เขียนว่า “Merry X’mas to Hokuto”

“ชอบมั้ย นี่พวกฉันคิดกันตั้งนานว่าจะเอาเค้กหน้าตาแบบไหนดี ละต้องรอเขาทำด้วย คนอื่น ๆ เลยกลับกันไปก่อนแล้วให้ฉันเอามาให้ เพราะไหน ๆ ก็จะมาค้างที่นี่อยู่แล้ว”

“ขอบคุณนะ” อาจจะเป็นเพราะเสียงขอบคุณที่สั่นน้อย ๆ หรือไม่ก็ท่าทางก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยของคนได้ของขวัญ ทำให้เจสซี่ตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้แล้วกอดอีกฝ่ายจากด้านหลัง

“อยู่คนเดียวเหงาล่ะสิ” คนโดนกอดไม่ตอบ แต่หันหลังกลับแล้วยกมือขึ้นกอดอีกคนไว้แน่นแทน

เจสซี่อดยิ้มออกมาไม่ได้ คนในอ้อมแขนของเขาเป็นพวกขี้เหงา แตกต่างจากมาดสุดเท่ห์ที่เหล่าแฟนคลับคุ้นเคย เขาที่รู้มาว่าสัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์อีกฝ่ายต้องอยู่บ้านคนเดียว แถมยังออกมาเที่ยวงานวันคริสต์มาสกับพวกเขาไม่ได้อีก เลยตัดสินใจมานอนค้างด้วยซักคืน ก่อนที่คนขี้เหงาจะเกิดอาการเหงาจนเฉาตาย

“จะกินเค้กเลยมั้ย หรือว่าจะเก็บไว้กินพรุ่งนี้” เจสซี่ถามพลางปล่อยให้อีกคนถอยออกจากอ้อมแขนเขาตามใจ

โฮคุโตะส่ายหน้าตอบ “ไม่เอาล่ะ กินพรุ่งนี้ดีกว่า ขืนกินตอนนี้ล่ะอ้วนตายเลย” เขายกก้อนเค้กเข้าไปเก็บไว้ในตู้เย็น แล้วเดินนำเจสซี่ขึ้นไปที่ห้องนอน รื้อหาผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าที่พอจะให้อีกฝ่ายใส่ได้หลังจากรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เอาอะไรมาเลยเพราะตัดสินใจมาค้างด้วยแบบกะทันหัน

“เอานี่ไปใช้ก่อนละกันนะ” เจสซี่พยักหน้าขอบคุณ และเมื่อกางเกงที่อีกฝ่ายให้มาเป็นกางเกงขาสั้น เขาก็อดหยอกเจ้าของกางเกงไม่ได้

“ที่ให้ขาสั้นมาใส่ทั้ง ๆ ที่อยู่ในหน้าหนาวแบบนี้เนี่ย เพราะไม่อยากเห็นฉันใส่กางเกงนายแบบขาสั้นเต่อใช่มะ”

“จะบ้าเรอะ ใครจะไปคิดอะไรแบบนั้นกันเล่า อีกอย่างฉันไม่ได้เตี้ยสักหน่อย นายมันสูงเกินไปเองต่างหากไอ้ลูกครึ่ง!! อุตส่าห์หาให้ใส่แล้วยังจะหาเรื่องกันอีก” ประโยคสุดท้ายแม้จะเบาแต่ก็ไม่พ้นหูของคนที่อยู่ด้วยกันในห้องเงียบ ๆ เจสซี่หัวเราะออกมายิ่งทำให้อีกคนหน้างอง้ำกว่าเดิม

“เงียบไปเลยไป ถ้าไม่อยากใส่ก็ไม่ต้องใส่ เอาคืนมา”

“ได้ไงล่ะ อยากเห็นฉันนอนเปลือยเหรอ งั้นก็บอกกันมาตรง ๆ ก็ได้นี่… อะ แต่ไม่ทำหรอกนะ หนาวตายเลย ยิ่งหน้าหนาวงี้ด้วย” พูดแล้วก็รีบออกจากห้องไป พอดีกับที่มีเสียงดังปังจากการที่มีอะไรสักอย่างมาชนกับประตูอย่างแรงพอดี

โฮคุโตะรู้สึกเจ็บใจไม่น้อยที่ไอ้เด็กจอมกวนหนีหมอนที่เขาปาออกไปจากห้องได้ทัน ใบหน้าเห่อแดงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อคิดตามคำพูดของคนที่เขาลงความเห็นแล้วว่ามันเป็นเด็กเปรต พยายามปลอบตัวเองให้หน้าหายร้อน มันก็ผู้ชาย เขาก็ผู้ชาย อะไรที่มันมีเขาก็มี แล้วจะรู้สึกอายทำไม

.

เมื่อหนุ่มลูกครึ่งออกจากห้องน้ำกลับเข้าห้องนอนของเพื่อนร่วมวงแล้ว เขาก็เห็นเพื่อนคนดังกล่าวกำลังง่วนอยู่กับการอ่านหนังสือเตรียมสอบ เขาแย้มยิ้มบางเบา ก่อนที่จะกลายเป็นยิ้มค้างเมื่อสายตาไปสะดุดกับฟูกที่ถูกปูไว้อย่างดีอยู่ข้างเตียงแถมด้วยหมอนและผ้าห่มพร้อม เขาแอบทำหน้ามุ่ยเล็ก ๆ แต่ก็ยอมลงไปนอนกลิ้งเล่นโทรศัพท์ที่ฟูกแต่โดยดี แล้วชะงักอีกครั้งกับเสียงทักของคนที่เขาคิดว่าอ่านหนังสืออยู่ โฮคุโตะหันกลับมามองเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“ไปนอนทำไมตรงนั้น ขึ้นไปนอนบนเตียงดี ๆ สิ ฟูกนี่ที่นอนฉัน”

เจสซี่ลุกขึ้นมามองหน้าคนไล่แบบงง ๆ แล้วเอ่ยค้าน “นายเป็นเจ้าของบ้านนะ นอนบนเตียงอะถูกแล้ว ฉันนอนฟูกได้ ไม่มีปัญหาหรอก”

“ก็นายเป็นแขก จะให้แขกนอนฟูกแล้วฉันนอนเตียงได้ไง เสียมารยาท”

จบคำพูดของโฮคุโตะ เจสซี่ก็นิ่งคิดไปพักหนึ่ง มองไปทางเตียงที่อยู่ข้าง ๆ ตัวเอง แล้วเสนอไอเดียขึ้นมาว่า “งั้น นอนเตียงเดียวกันคงได้แหละมั้ง เตียงนายก็น่าจะพอนอนอยู่ จะได้ไม่ต้องเถียงกัน” แต่ยังไม่ทันที่โฮคุโตะจะตอบอะไร คนเสนอก็หอบหมอนหอบผ้าห่มบนฟูกขึ้นไปวางบนเตียง แล้วพับฟูกนอนเสียเรียบร้อย ก่อนจะหันกลับมายิ้มกว้างให้เจ้าของห้อง

คนอายุมากกว่าส่ายหน้าหน่าย ๆ ให้เจ้าเด็กตัวโตเป็นเชิงว่าอยากจะทำอะไรก็ทำ หันไปอ่านหนังสือต่อโดยไม่ทันสังเกตว่ารอยยิ้มกว้างของคนมาอาศัยดูเป็นรอยยิ้มดีใจแบบแปลก ๆ

.

ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว เจสซี่กลิ้งไปมาบนเตียง เล่นโทรศัพท์บ้าง อ่านหนังสือการ์ตูนที่อยู่ในห้องบ้าง จนเบื่อและหันไปนั่งมองคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือได้สักพักแล้ว ถึงจะนั่งหันหลังให้ แต่เขาก็พอเดาหน้าตาอีกฝ่ายออกว่าคงเคร่งเครียดพอสมควร ก็อีกคนน่ะจริงจังกับเรื่องเรียนมากไม่แพ้เรื่องงานเลย แถมยังชอบทำอะไรต่อมิอะไรแบบไม่ระวังตัวเองอยู่เรื่อย อย่างตอนนี้ที่ดึกมากแล้วแต่ยังเอาแต่อ่านหนังสือไม่ยอมนอนสักที

“โฮคุโตะ ดึกแล้ว พักก่อนดีกว่ามั้ย” โฮคุโตะที่อ่านหนังสือเพลินเงยหน้ามองนาฬิกา แค่รู้ว่าเจสซี่อยู่ในบ้านเป็นเพื่อน ก็ทำให้เขาสบายใจและมีสมาธิอ่านหนังสือได้ แต่ดูเหมือนว่าจะมีสมาธิมากเกินไปจนลืมดูเวลาอย่างนี้

“ขอโทษ จะนอนแล้วใช่มั้ย เดี๋ยวฉันปิดไฟให้นะ” พูดพลางเอื้อมมือไปกดสวิตช์ให้โคมไฟบนโต๊ะสว่าง แล้วทำท่าจะลุกไปปิดไฟด้วย จนคนทักต้องรีบห้ามไว้ก่อน

“เปล่า ๆ แค่เห็นว่าดึกแล้วน่ะ นายน่าจะนอนพักหน่อยนะ พรุ่งนี้ค่อยอ่านต่อก็ยังทัน”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ใกล้จบแล้วอีกนิดเดียวเอง นายนอนก่อนได้เลย”

หนุ่มลูกครึ่งอเมริกาได้แต่ส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของเพื่อนร่วมวง เขาลุกขึ้นไปยืนอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย ในหัวเตรียมมาตรการไว้จัดการกับคนที่นั่งอยู่ พูดย้ำ

“นอนได้แล้ว ไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ อ่านหนังสือไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ”

“แต่…”เจสซี่ไม่ปล่อยให้โฮคุโตะเอ่ยค้านอะไรได้ เขาหยุดคำพูดคนดื้อด้วยการก้มลงไปประทับริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากของอีกฝ่าย

แค่ริมฝีปากสองคู่แตะกันโดยไม่ได้มีอะไรมากเกินไปกว่านั้น แค่แตะแล้วถอนออกแทบจะในทันที และนี่ก็ไม่ใช่จูบแรกของโฮคุโตะ กับจูริกับไทกะก็เคยมาก่อนแล้ว แต่ครั้งนี้มันกลับทำให้คนที่มีอายุมากกว่าสติหลุดจนได้แต่มองใบหน้าคมคายของคนที่ถอยห่างออกไปแล้วด้วยดวงตาเบิกกว้าง

ปฏิกิริยาที่ขัดกับภาพลักษณ์หนุ่มฮอตเซ็กซี่บนเวทีอย่างสิ้นเชิงนั้น ทำให้คนอายุน้อยกว่าเผลอยิ้มอย่างเอ็นดู บางทีโฮคุโตะก็ดูใสซื่อซะจนน่าแปลกใจ เขาเองก็ชอบที่จะได้เห็นด้านแบบนี้ของอีกฝ่ายไม่น้อย เห็นแล้วทำให้เขารู้สึกอยากจะแกล้งต่อ แต่เพราะเห็นว่าดึกแล้ว เขาจึงล้มเลิกความคิดนั้นแล้วเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายไปพักอีกรอบ “ตกลงว่าไปนอนได้แล้วนะ”

คำพูดของเจสซี่ดึงสติโฮคุโตะกลับมาได้ ใบหน้าซับสีเลือดเป็นรอบที่สองของวัน ส่งเสียงในลำคอเป็นการตอบรับ เก็บหนังสือและเอกสารบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ ขณะที่เจสซี่ยืนรอให้อีกฝ่ายเก็บของจนเสร็จ แล้วเดินไปปิดไฟให้อีกคนเดินไปนอนบนเตียงก่อน

โฮคุโตะขยับตัวเข้าหากำแพงมากขึ้นเพื่อให้อีกคนมีพื้นที่นอนมากขึ้น นับว่าโชคดีพอสมควรที่เตียงของเขากว้างพอจะให้ผู้ชายตัวโต ๆ สองคนอย่างพวกเขานอนได้โดยไม่รู้สึกว่าอึดอัด หรือเบียดเสียดกันเกินไป เขามองคนที่ล้มตัวลงนอนข้าง ๆ ก่อนจะส่งเสียงเรียก

“นี่ เจสซี่”

“ว่าไง” คนถูกเรียกหันหน้ากลับไปมองคนที่จู่ ๆ ก็เรียก อีกฝ่ายตะแคงตัวมาทางเขา แต่กลับหลบหน้าหลบตาไม่ยอมสบตาด้วย

“ขอบคุณนะ ที่คืนนี้มาอยู่เป็นเพื่อนน่ะ” ถ้าเจสซี่ไม่มา คนขี้เหงาอย่างเขาคงสติแตกไปนานแล้ว ทั้งอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง แล้วยังฟุ้งซ่านไร้สาระอีก การมาของเจสซี่ทำให้ใจเขาสงบลงไปมาก ถึงจะนึกขอบคุณเพื่อนร่วมวงอีกสี่คนที่ซื้อเค้กให้เป็นของขวัญวันคริสต์มาส แต่เขากลับนึกขอบคุณคนที่หิ้วเค้กมาให้ถึงบ้านมากกว่า เพราะอีกฝ่ายยอมมาค้างที่บ้านด้วยทั้งที่ต้องทนเบื่อเพราะเขาต้องอ่านหนังสือสอบ แต่ก็ยังยอมมา ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกทิ้งในคืนวันคริสต์มาสแบบนี้อีก

“ขอบคุณสำหรับเค้กด้วยนะ แล้วก็… Merry Christmas” ว่าจบคนพูดก็พลิกตัวเข้าหากำแพงทันที ทิ้งให้คนที่ได้รับคำอวยพรในเวลา 5 นาทีสุดท้ายก่อนหมดคริสต์มาสยิ้มกว้าง ขยับตัวดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด จูบเบา ๆ ลงบนเรือนผมสีเข้ม ตอบกลับว่า “Merry Christmas”

 

End

 

แถม…

“สอบเป็นไงบ้าง” คำถามแทนคำทักทายดังขึ้นทันทีที่โฮคุโตะก้าวเท้าเข้ามาในห้องแต่งตัวของเหล่าจอห์นนี่ส์ จูเนียร์

“ก็ดี ทำได้อยู่ คิดว่าคงไม่ตก” โฮคุโตะตอบคำถามจูริด้วยรอยยิ้ม และเมื่อเห็นว่าไทกะ ยูโกะและชินทาโร่ก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยจึงพูดต่อว่า “ขอบคุณสำหรับเค้กนะ”

“ไม่เป็นไร ๆ ว่าแต่กินยัง อร่อยปะ” ไทกะถาม ขณะที่โฮคุโตะวางกระเป๋าลงข้าง ๆ ยูโกะที่ขยับหลบให้ แล้ววางถุงใบใหญ่ในมือลงบนโต๊ะ “ยังไม่ได้กินเลย เมื่อคืนเจสซี่มาดึกเกินไป”

“แล้วนี่คือ” ชินทาโร่ถามหลังจากมองกล่องในถุงพลาสติกใบใหญ่ได้สักพัก

“ก็เค้กนั่นแหละ ช่วงนี้ฉันอยู่บ้านคนเดียว กินไม่หมดหรอก เลยว่าเอามากินกับทุกคนดีกว่า” หลังจากตื่นนอน เจสซี่ก็อาสาทำอาหารให้ พอกินเสร็จต่างก็แยกย้ายกัน เจสซี่กลับบ้านขณะที่เขาก็ไปสอบที่มหาลัย แต่เมื่อสอบเสร็จเขาเห็นว่ายังพอมีเวลาเหลือเลยแวะกลับไปเอาเค้กที่บ้าน เดินหาซื้อของสักพัก แล้วเข้ามาเตรียมตัวอัดรายการ Shounen Club ในเย็นนี้

“โหย เค้กนี่ใครให้มาน่ะ โฮคุโตะคุง” คิชิ ชะโงกหน้าข้ามหัวจูริกับชินทาโร่มามองเค้กที่เขียนอวยพรวันคริสต์มาสถึงโฮคุโตะโดยตรง “ของพวกฉันให้โฮคุโตะเองแหละ”

“ฉันกินไม่หมดแน่ เลยเอามาแบ่งกันกินน่ะ” จบประโยคนอกจากสโตนส์สี่คนกับคิชิแล้ว จูเนียร์อีกหลายคนแถว ๆ นั้นก็เข้ามาร่วมวงกันด้วย จึงมีคนเสนอว่าให้แต่ละคนไปเอาช้อนมาตักกินกัน แต่ก็ช้ากว่าชินทาโร่ที่เดินไปหาช้อนมาตั้งแต่คิชิถามว่าเค้กใครแล้ว

หลังจากกินไปคำนึง โฮคุโตะก็ปล่อยให้เพื่อนจ้วงเค้กเข้าปากกันไป ส่วนเขาก็เลี่ยงมาถอดเสื้อฮู้ดตัวนอกออก ไทกะที่เหลือบมองมาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างและทักขึ้น

“นายใส่สร้อยด้วยเหรอ เมื่อวานซืนยังไม่เห็นเลยนี่นา” และข้อสังเกตของไทกะก็เรียกสายตาของคนอื่น ๆ ในห้องได้ทันที

“เหย แหวนด้วย ๆ นี่อย่าบอกนะว่าเมื่อวานนี้ไปแลกแหวนกับใครมา” ชินทาโร่แซว ตามด้วยจูริที่รับมุกทันที “สาวที่ไหน ทำไมไม่พามาให้เพื่อนฝูงรู้จัก แสดงว่าเมื่อวานที่ไม่ยอมมาด้วยกันไม่ใช่อ่านหนังสือสอบแต่แอบไปเดตมาใช่มั้ย” และอีกหลายเสียงที่แซวกันไปเรื่อยเปื่อย

คนโดนแซวไม่ตอบเพียงแต่ทำหน้าระอาใส่อย่างเหนื่อยใจ จะให้อธิบายยังไงล่ะว่าตื่นเช้ามาก็เจอไอ้นี่อยู่บนคอแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อคืนคงมีซานตาคลอสฉวยโอกาสตอนเขาหลับใส่ให้แน่ ๆ

เมื่อโดนทำหน้าระอาใส่แต่ไม่มีคำด่าตามมา พวกที่แซว ๆ กันอยู่ก็เลิกสนใจและเปลี่ยนเป้าหมายหันมาหาเค้กที่อยู่บนโต๊ะแทน

“แล้วเจสซี่ล่ะ ยังไม่มาอีกเหรอ” โฮคุโตะหันไปถามยูโกะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ซึ่งคนโดนถามก็หันมาตอบ

“มาแล้ว ๆ แต่เห็นว่าจะไปห้องน้ำน่ะ” คนตอบ ตอบเสร็จก็ไม่ได้สนใจเขาอีก โฮคุโตะเหลือบไปเห็นกระเป๋าของคนที่เขาถามถึงวางอยู่บนโต๊ะอีกตัว พอเห็นว่าทุกคนไม่ได้หันมาทางนี้ก็แอบเอาซองกระดาษซองหนึ่งไปใส่ในกระเป๋าใบนั้น เสร็จแล้วก็เดินเนียนกลับมานั่งกินเค้กกับคนอื่น ๆ อย่างอารมณ์ดี

หวังว่าซานตาคลอสจะชอบของขวัญแบบเดียวกับที่ให้เขามาเมื่อคืนนะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ค่ะ ถ้าได้คำติชมจะดีใจมากเลย ฮา ถึงยังไงก็ต้องขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ

ถึงจะเป็นที่รู้กันว่าโฮคุโตะมีเพื่อนน้อยมาก (ซึ่งเจ้าตัวบอกว่ามีตั้งสองคน จ้ะ…) แต่เรากลับคิดว่าโฮคุโตะน่าจะเป็นคนขี้เหงาน่าดู เลยเกิดเป็นฟิคนี้ขึ้นมาค่ะ บวกกับนั่งฟังเพลงแล้วรู้สึกอยากเขียนอะไรหวาน ๆ ละมุน ๆ แต่ไหงออกมาเป็นแบบนี้ได้ก็ไม่รู้ ส่วนตัวก็โอเคในระดับนึงล่ะนะคะ แค่คิดว่าน่าจะเขียนได้ดีกว่านี้ ครั้งหน้าจะพยายามพัฒนาให้ออกมาดีกว่านี้อีกค่ะ

ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ ขอบคุณค่ะ

ปล.มีวันช็อตต่อจากเรื่องนี้ด้วยนะคะ ชื่อว่า Jealous ค่ะ อย่าลืมไปอ่านกันต่อนะคะ

 

Advertisements