Tags

, , , , , ,

หายไปนานอยู่พอสมควรเนาะ ยังคงเป็นวันช็อตออริจินอลเช่นเดิมค่ะ แต่งตอนเรียนวิจัย ฟังเพื่อนนำเสนอรายงานวิจัยไปเราก็แต่งฟิคไป (//น่าเกลียดที่สุด) ได้ออกมาเป็นวันช็อตที่สั้นได้อีก เราอยากให้มันมุ้งมิ้งนะคะ แต่ไม่รู้จะมุ้งมิ้งพอมั้ย ฮา ยังไงก็ฝากติชมกันด้วยนะคะ

คำเตือน

ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากไม่ชอบหรือรับไม่ได้ กรุณากดปิดไปค่ะ เราเตือนด้วยความหวังดีนะคะ

Title : Sweet

Author : FairwazaJawi

Rate : PG

Note : สั้นมาก สั้นได้อีก สั้นที่สุด…

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กระดิ่งหน้าประตูส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มในชุดสีขาวที่กำลังกับขนมหวานหน้าตาน่าทานเข้าไปไว้ในตู้กระจกหน้าเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ชายหนุ่มอีกคนเดินตรงไปยังโตีะประจำที่อยู่ริมหน้าต่างติดกับถนนใหญ่ในร้านขนมหวานที่ไร้ผู้คนเหมือนเช่นที่เคยทำ

พาติซิเยร์ควบตำแหน่งเจ้าของร้านเดินไปหาลูกค้าคนแรกของวันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ช่วงนี้มานี่บ่อยนะ”

คนโดนทักยักไหล่ก่อนตอบ “กำลังหาแรงบันดาลใจมาเขียนนิยายเรื่องใหม่อยู่ แล้วที่นี่ก็โคตรเหมาะ มีไวไฟให้ใช้กับปลั๊กให้เสียบโน้ตบุ๊กด้วย

เจ้าของร้านเลิกคิ้วนิด ๆ กับคำพูดนั้น “ถ้างั้นฉันก็ควรเก็บค่าไฟค่าเน็ตได้แล้วสิ มานั่งใช้ไฟใช้เน็ตร้านฉันประจำ”

“เหย งงว่ะ กริด นี่ฉันอุตส่าห์มาอุดหนุนร้านแกบ่อย ๆ นะเว้ย” กริดหัวเราะกับคำตอบกลับของเพื่อน เดินกลับไปหลังเคาน์เตอร์และหยิบขนมหวานออกมาจากตู้เย็น มาวางบนโต๊ะที่อีกฝ่ายนั่งอยู่

“ช็อกโกแลตลาวา? ปกติแกไม่ได้ทำขายไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่ แต่เมื่อวานนึกอยากทำ สงสัยมีลางสังหรณ์มั้งว่าวันนี้แกจะมา” คนฟังพยักหน้ารับพลางตักขนมชิ้นโปรดเข้าปาก “เออ อร่อยอะ ไม่ลองทำขายดูล่ะ ฉันว่าน่าจะขายดีนา”

กริดทำเพียงส่ายหน้าทั้งรอยยิ้มแทนการตอบคำถาม ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ดูเพื่อนตักขนมกินอย่างเอร็ดอร่อยจนคนโดนมองรู้สึกตัว เงยหน้าขึ้นสบตา

“กินปะ”

“ไม่ล่ะ แกกินไปเหอะ”

“โอเค จะได้ไม่ต้องเกรงใจ”

ฉันว่าแกก็ไม่ได้เกรงใจมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะมั้ง… กริดได้แต่นึกในใจเพราะถ้าพูดออกไป รับประกันได้ว่าอีกฝ่ายต้องโวยวายเขาแน่ ๆ

“งั้นตามสบายละกัน ฉันไปจัดของเข้าตู้ก่อน” เกมพยักหน้ารับทั้งที่มือยังคงตักช็อกโกแลตเข้าปากไม่หยุด ทำให้กริดเผลอยิ้มเอ็นดูออกมาก่อนจะผละไปทำงาน

คนมากมายเดินเข้าออกร้านขนมหวานเล็ก ๆ แห่งนี้ตลอดเวลา เกมมองดูผู้คนเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม โดยเฉพาะเจ้าของร้านที่แม้จะดูล้าไปบ้างหลังจากรับลูกค้ามาทั้งวัน แต่ใบหน้าคมยังคงยิ้มแย้ม เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวมีความสุขขนาดไหน

นักเขียนหนุ่มเคาะแป้นพิมพ์เป็นจังหวะ ถ่ายทอดเรื่องราวที่อยู่ในหัวออกมาเป็นตัวอักษร การมานั่งที่ร้านขนมหวานแห่งนี้ช่วยให้เขาเขียนอะไรต่อมิอะไรได้ง่ายขึ้นเสมอ สาเหตุแรก คือ กลิ่นหอม ๆ ของขนมหลากชนิด ซึ่งถูกใจคนที่ชอบกินขนมหวานมาตั้งแต่เด็กอย่างเขามาก สาเหตุที่สอง คือ บรรยากาศสบาย ๆ ของร้านที่กริด เพื่อนสนิทตั้งแต่ม.ต้นของเขาตั้งใจตกแต่งเป็นอย่างดี ส่วนสาเหตุที่สามที่เกมคิดว่าสำคัญที่สุด คือ ตัวเจ้าของร้านเอง เกมเป็นนักเขียนนิยาย จริงอยู่ที่นิยายรักใครจะเขียนก็ได้ แต่สำหรับเขาแล้ว เขาเขียนมันไม่ได้ถ้าไม่มีความรัก และความรักของเขาก็คือกริด

ตามจริงแล้วเกมไม่คิดว่าตัวเองจะบ้าขนาดรักใครข้างเดียวมาได้นานขนาดนี้ เอาเข้าจริงตั้งแต่วันแรกที่เขารู้ตัวก็เป็นเวลากว่า 9 ปีได้แล้ว และเป็นเวลา 9 ปีที่ยืนอยู่ข้างอีกฝ่ายในฐานะเพื่อนสนิท แต่อันที่จริง เขาก็ค่อนข้างพอใจกับสถานะนี้พอสมควร คงเพราะเขาไม่เคยหวังอะไรมากไปกว่านี้ก็เป็นได้ แต่กลับกันเขาก็เลิกรักไม่ได้

“เฮ้อ” เกมแอบถอนหายใจขณะมองสาว ๆ โต๊ะข้าง ๆ นั่งกรี๊ดกร๊าดชี้ไม้ชี้มือไปยังเจ้าของร้านสุดหล่อที่กำลังชงอะไรสักอย่างอยู่หลังเคาน์เตอร์ กริดเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่แปลกที่สาวมหาลัยกลุ่มนั้นจะชอบ แต่เกมก็นึกแปลกใจที่ตัวเองยังไม่เคยเห็นกริดตกลงปลงใจกับใครสักที

“คราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรน่ะ” เกมสะดุ้งสุดตัว เมื่อหันไปมองก็พบว่ากริดเดินมาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมยังก้มลงมามองจอโน้ตบุ๊กจนใบหน้าห่างกันแค่ไม่กี่เซนติเมตรอีกต่างหาก

“เป็นอะไรวะเกม”

“เปล่า ๆ เมื่อกี้ถามว่าอะไรนะ” กริดถอยหลังออกไปพลางมองมาด้วยสายตาที่ดูก็รู้ว่ากำลังหัวเราะ และนั่นก็ทำให้เกมรู้สึกเหมือนมีความร้อนไปรวมกันอยู่ตรงใบหน้า

“ฉันถามว่าคราวนี้เขียนนิยายเกี่ยวกับอะไร”

“อ๋อ เรื่องเกี่ยวกับร้านขายดอกไม้น่ะ แบบว่าให้พระเอกเปิดร้านขายดอกไม้ ส่วนนางเอกเป็นพนักงานบัญชีของบริษัทใหญ่แห่งนึง ฉันว่ามันน่าจะโอเคนะ หรือแกว่าไง”

“แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้” เกมพยักหน้ารับ แหงแหละเขาไม่เคยเห็นกริดอ่านอะไรสักอย่างนอกจากการ์ตูนกับหนังสือทำอาหาร อ้อ แล้วก็หนังสือเรียน สมัยที่ยังไม่เรียนไม่จบ

“อะ นี่โกโก้เย็น ชงมาให้” พาติซิเยร์หนุ่มวางแก้วโกโก้เย็นลงบนโต๊ะใกล้มืออีกฝ่าย ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้หัวเพื่อนสนิทแล้วกลับไปทำงานต่อ

คนโดนแกล้งจัดทรงผมตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้างอนิด ๆ แล้วลอบถอนหายใจอีกครั้ง เพราะใจดีแบบนี้ไงถึงหยุดรักไม่ได้

กริดเก็บเก้าอี้ตัวสุดท้ายขึ้นซ้อนไว้บนโต๊ะ หันกลับไปมองเกมที่ถูพื้นอย่างขะมักเขม้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เขาบอกแล้วว่าไม่ต้องช่วย แต่อีกฝ่ายกลับไม่ฟังที่เขาพูดเลยสักนิด ดึงดันจะช่วยให้ได้ แต่คิดอีกทีเขาก็ว่าสมกับเป็นเกมนั่นแหละ เพราะถึงปากจะพูดยังไง แต่ในใจก็ยังเกรงใจกันอยู่ดีนั่นแหละ

“พักก่อนมั้ย เดี๋ยวที่เหลือฉันทำเอง” เขาส่งเสียงบอก

“ไม่เป็นไร ๆ เหลืออีกนิดเดียวเอง”

เจ้าของร้านอมยิ้ม เดินไปรินน้ำเย็นใส่แก้ว แล้วเดินเอาไปให้เพื่อนที่เพิ่งวางไม้ถูพื้นลงหลังจัดการจนพื้นสะอาดเรียบร้อย

“เอ้า น้ำ”

“ขอบใจนะ”

กริดมองคนที่กระดกน้ำเข้าปากอย่างกระหาย ใบหน้าคมของเกมชุ่มเหงื่อหลังออกแรงช่วยเขาเก็บกวาดหลังปิดร้าน และนั่นทำให้เขาอดแหย่ไม่ได้

“บอกแล้วว่าไม่ต้องทำ เหนื่่อยมั้ยล่ะ”

“ก็มานั่งกินฟรี ใช้ไฟฟรี ใช้ไวไฟฟรีหลายรอบแล้วนี่ เดี๋ยวจะหาว่าเอาเปรียบ” นั่นไง คิดไว้ไม่ผิด

“รู้ตัวนี่” เกมแยกเขี้ยวใส่ทำให้เขาหัวเราะออกมา เขาชอบแหย่เกมมาตั้งแต่เด็กแล้ว ปฏิกิริยาตอบกลับของเกมทำให้เขาหัวเราะได้เสมอ

“เกลียดแกว่ะกริด” เขารู้ว่าเกมพูดเล่น แต่ก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้ ชายหนุ่มไม่ชอบเลยจริง ๆ เวลาที่อีกฝ่ายพูดว่าเกลียดเขา

“เกลียดก็เกลียดไป ช็อกโกแลตลาวาอีกก้อนก็อดแล้วกัน”

“ไม่เกลียดแล้ว ๆ ว่าแต่ยังเหลืออยู่อีกเหรอ เมื่อวานทำไปกี่ก้อนเนี่ย”

“สอง เมื่อเช้าแกกินไปหนึ่ง เหลืออีกหนึ่ง กำลังคิดจะห่อให้แกเอากลับบ้านเนี่ย”

“แล้วทำไมเราไม่กินด้วยกันตอนนี้เลยล่ะ”

สุดท้ายพวกเขาก็เอาขนมมานั่งกินด้วยกัน แต่นอกจากคำแรกแล้ว ก็มีแต่เกมที่นั่งกินเอา ๆ อยู่คนเดียว โดยที่เขาได้แต่นั่งมอง แต่เขาก็ไม่อยากขัดเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบช็อกโกแลตลาวาขนาดไหน

“ฉันว่ามันอร่อยมากนะ แกน่าจะทำขายจริง ๆ น้า”

“ไม่ทำหรอก”

“ทำไมล่ะ”

กริดไม่อยากตอบ เพราะเหตุผลของเขามันเกี่ยวพันกับการที่เขาเลือกมาเป็นพาติซิเยร์อย่างแยกไม่ออก และเหตุผลของทั้งสองอย่างนี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกมรู้ ให้ตายยังไงก็ไม่อยากให้รู้ ดังนั้นเขาจึงเอาแต่ยิ้มให้อีกคนนึกเคือง

“เอ๊า ถามไม่ตอบอีก เออ ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอกก็ได้ครับ ไม่อยากรู้ละ” ว่าจบก็ตักช็อกโกแลตลาวาคำสุดท้ายเข้าปากแล้วเอาจานไปล้างทันที ขณะที่กริดยังคงนั่งอยู่ที่เดิม มองตามอีกฝ่ายไปก่อนจะพูดเบา ๆ ไม่ให้อีกคนได้ยิน

“สักวันนะ ถ้าฉันพร้อม ฉันจะบอกแก”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แอบคิดว่าสั้นมาก ฮา

มันเป็นโมเมนต์ที่อยากเขียนอะไรเบา ๆ ไม่ดราม่า ไม่ตายตอนจบบ้าง แต่เหมือนจะหนีไม่พ้นอะไรแบบนี้ แบบว่าเขียนทีไรมีแต่พล็อตเพื่อนรัก รักเพื่อนทุกที ฮา หวังว่าสักวันจะหลุดจากอะไรแนวนี้บ้างเนาะคะ

คิดว่าอ่านก็คงรู้แหละเนาะคะ ว่ากริดมันคิดยังไงกับเกม สิ่งที่เราตั้งใจ คิือ เราอยากให้ช็อกโกแลตลาวาเป็นเหมือนคำบอกรักของกริดนั่นแหละค่ะ เพราะฉะนั้นกริดเลยไม่ยอมทำช็อกโกแลตลาวาขายหน้าร้าน เพียงแต่ไอ้คนรับมันดันไม่รู้เรื่องไง กริดไม่อยากบอกรักมันตรง ๆ เพราะกลัวความสัมพันธ์จะแย่ลงไปกว่าเดิม เกมเองก็ดันไม่หวังอะไรแต่แรก สุดท้ายแต่ละคนเลยได้แต่เงียบ (ซึ่งเพื่อนเราบอกว่าบอก ๆ กันไปก็จบละ ฮา นั่นน่ะสิ ทำไมมันไม่พูด)

ขณะที่กริดเลือกมาเป็นพาติซิเยร์เพราะเกม เกมมันก็เลือกมาเป็นนักเขียนนิยายเพราะกริดเหมือนกันค่ะ (เราไม่ได้เขียนลงไป เลยขอเอามาเสริมเอาตรงนี้แทนนะคะ) คำรักที่พูดไม่ได้ สิ่งที่อยากทำให้กริด และสิ่งที่อยากให้กริดทำให้ เกมเอามาลงที่นิยายที่ตัวเองเขียนค่ะ ให้ตัวละครเป็นคนพูดแทน ทำแทน เกมถึงได้บอกว่าถ้าไม่มีความรัก เกมจะเขียนนิยายไม่ได้ และถ้ากริดได้อ่านนิยายของเกมหลายเล่มเข้า คนหัวไวอย่างกริดจะรู้ทันทีค่ะว่าเกมแอบคิดอะไรอยู่ (แน่นอนว่ากริดมันไม่อ่านหรอก มันไม่ชอบอ่านหนังสือ) เพราะเกมชอบหย่อนนิสัยของกริดลงไปในตัวละครไม่มากก็น้อยเสมอ แต่อย่างที่บอกค่ะ กริดมันไม่อ่านหรอก (ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็โอเคกับสิ่งที่ตัวเองเลือกนะคะ เกมชอบเขียนนู่นเขียนนี่แต่เด็ก ส่วนกริดก็ชอบทำอาหาร และไอ้การชอบทำอาหารของกริดนี่แหละที่ทำให้สองคนนี้มาสนิทกันได้)

รู้สึกเหมือนตอนท้ายเที่ยวนี้จะยาวไปหน่อยนะคะ ฮา ขอบคุณทีอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ ถึงจะหลงเข้ามาหรืออะไรก็ตาม ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

Advertisements