หายไปนานอีกแล้ว ฮา ตั้งแต่เปิดเทอมมางานยุ่งตลอดเลยค่ะ ส่งงานอย่างน้อย ๆ อาทิตย์ละชิ้นตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เปิดเรียนเลย นี่ยังเหลือรายงานเล่มสุดท้าย ส่งวันศุกร์นี้แล้ว ยังไม่ได้เริ่มเลยค่ะ //แย่ แบบว่าไม่มีอารมณ์ทำ เราก็ทำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ

วันนี้เห็นรถของกรมราชทัณฑ์วิ่งผ่านไปตอนกำลังนั่งรถเมล์กลับจากมหาลัยค่ะ เลยทำให้นึกถึงเรื่องเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ อันเป็นวันเกิดปีที่ 20 ของเราเอง

พูดถึงวันเกิด ก็ต้องนึกถึงของขวัญ งานฉลอง เค้ก คำอวยพรและอื่น ๆ ใช่มั้ยล่ะคะ แต่งานวันเกิดของเราเมื่อปีที่แล้ว กลับเป็นการไปเที่ยวค่ะ โดยสถานทีที่เราไปกัน คือ พิพิธภัณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ ใกล้กับวังบูรพา และสวนรมณีนาถ (เขียนถูกมั้ยเนี่ย) พิพิธภัณฑ์คุกนั่นเองค่ะ

หลายคนอาจจะพูดว่านี่บ้าเปล่าเนี่ย ไปเที่ยวอะไรไม่ไป ไปดูอะไรแบบนี้ แถมยังเป็นวันเกิดด้วยนะ ไม่ดีเลย บลา ๆ ๆ แต่เนื่องจากมันเป็นวันว่าง เพื่อน ๆ ชวนไปกัน เราก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย ไปกันสิบกว่าคนได้ค่ะ

ที่พิพิธภัณฑ์นี้มีเจ้าหน้าที่ประจำรออยู่ด้านนอกด้วยค่ะ ส่วนที่จัดแสดงจะแบ่งเป็นสองตึก ตึกแรกเป็นตัวคุกเก่า คนอื่นเราไม่รู้นะคะ แต่ยอมรับค่ะ ว่่าเรากลัว อาจจะด้วยบรรยากาศ หรืออะไรก็ตาม แต่ก็อยากรู้ด้วย สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าแทบจะเกาะเพื่อนเดิน ละค่อย ๆ เดินไป

จากตึกแรก เราก็ไปยังตึกที่สองค่ะ แต่ตึกที่สองนี้ เราสู้ความกลัวของตัวเองไม่ไหว เข้าไปได้แค่ห้องแรกก็เป็นอันต้องล่าถอยออกมารอด้านนอก ปล่อยให้เพื่อน ๆ เดินดูกัน แล้วเราก็มานั่งคุยกับคุณป้าแม่บ้านอยู่สักพัก ก็มีคุณลุง (ขออนุญาตเรียกแบบนี้นะคะ) เดินเข้ามาคุยด้วย ท่านเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ค่ะ และเรื่องราวที่คุณลุงท่านเล่าให้เราฟัง บางอย่างก็เป็นสิ่งที่ติดอยู่ในใจเรามาตลอด และเป็นสิ่งที่เราอยากเล่าให้ฟังในที่นี้ค่ะ

คุณลุงท่านคุยกับเราหลายเรื่องค่ะ ซึ่งเราบางอย่าง บางประเด็นเราก็เลือน ๆ ไปบ้างแล้ว ท่านถามเราว่ารู้สึกยังไงกับบทลงโทษต่าง ๆ ที่ได้เห็น เราจำไม่ค่อยได้แล้วค่ะว่าตอบว่าอะไรไป แต่น่าจะเป็นประมาณว่า น่ากลัว หรืออะไรประมาณนี้ล่ะค่ะ ซึ่งท่านก็ตอบว่า ท่านอยากให้คนที่มาดู รู้สึกเกรงกลัวที่จะทำผิดกฎหมาย นั่นนับว่าเป็นจุดประสงค์สำคัญของพิพิธภัณฑ์นี้เลย แล้วก็เลยไปถึงเรื่องของผู้ต้องหา

ท่านบอกว่า นักโทษในเรือนจำไม่ใช่ผู้ที่เลวโดยสันดานทุกคน บางคนเพียงแค่ดำเนินชีวิตผิดพลาดเท่านั้น ไม่ได้เลวโดยสันดาน บางครั้งเมื่อออกจากเรือนจำไป และพบกับการที่ผู้คนในสังคมตั้งแง่ ระแวง อคติ ไม่ยอมรับ ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ชักจูงให้เขากลับไปทำความผิดอีกครั้ง ดังนั้น ท่านไม่อยากให้สังคมตราหน้าผู้ที่ดำเนินชีวิตผิดพลาดเพียงครั้งเดียวว่่าเป็นคนเลว และกีดกันเขาออกจากสังคม และอยากให้สังคมให้ความช่วยเหลือ และช่วยกันเปลี่ยนให้เขากลับมาดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควร ซึ่งท่านเองก็ได้เสนอแนวทางตรวจสอบผู้ที่เพิ่งออกจากคุกไว้ด้วยนะคะ แต่เรายอมรับผิดค่ะว่าลืมไปแล้ว แต่เท่าที่จำความรู้สึกในตอนนั้น คือ เราเห็นด้วยค่ะ

โดยส่วนตัวของเรานะคะ เราว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่พูดกันง่ายแต่ทำได้ยากนะคะ เราเห็นด้วยกับคุณลุงที่เป็นเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์คนนั้น เพียงแต่หลาย ๆ ครั้งที่เราเห็นว่าคนบางคนก็ไม่ได้รู้สำนึกถึงความผิดของตนเลย ไม่ต้องพูดถึงคนที่เคยติดคุกนะคะ คนทั่ว ๆ ไปนี่แหละ เราเองบางทีก็เป็น แล้วมันก็ทำให้เรานึกรู้สึกว่า คนรอบข้างมันไว้ใจกันได้ยาก ไว้ใจไม่ได้ จากประสบการณ์ที่เคยเห็น แม้แต่พี่น้องกันก็ไว้ใจไม่ได้ด้วยซ้ำ หรือเพราะเวลาเปลี่ยน ผู้คนในสังคมก็พลอยเปลี่ยมตามไปด้วยก็ไม่รู้นะคะ

เราก็เชื่อนะ ว่ามีคนหลายคนที่เมื่อพ้นโทษแล้วก็เกิดความสำนึกผิด มันก็เป็นอะไรที่น่าให้อภัย ให้โอกาส แต่ถ้ามันไม่ใช่ เราก็ไม่อยากหยิบยื่นความหวังดีให้ อาจจะบอกว่าเราโลกแคบ ใจแคบ หรือมองโลกในแง่ร้ายก็ย่อมได้นะคะ เรายอมรับว่าเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ อีกอย่างกันไว้ก็ดีกว่าแก้นะคะ ว่ามั้ย แต่ในทางเดียวกัน ถ้ามองโลกในแง่ร้ายมาก ๆ อย่างเรามันซะทุกคน โลกนี่คงยิ่งกว่าหดหู่อีกแหง ๆ

ในทางกลับกัน ถ้าหากว่าผู้ที่โดนจับเป็นแพะรับบาป พวกเขาก็ต้องมาเดือดร้อน เสียประวัติ และอื่น ๆ อีกมาก เพราะการกระทำของคนอ่ืนที่ไม่ใช่ของตัวเอง แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมไม่ต่างจากผู้ที่กระทำผิดจริง ฟังดูแย่มากเลยว่ามั้ยคะ คงต้องขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบและแก้ไขกันไปเป็นกรณี

แต่คำพูดของคุณลุงก็ทำให้เราคิดได้บางอย่างนะคะ ว่าสังคมนี้มันสามารถชี้ชะตาคนได้ จะทำให้คนอื่นดีหรือเลวก็ได้เช่นกัน มันมีความกดดันต่อผู้ทีี่อาศัยอยู่ในสังคม โลกใบนี้นี่อยู่ยากมาก ๆ แต่ก็หนีไม่ได้ ทำได้แค่ดูแลรักษาตัวเองให้ดี ๆ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของคนอื่น ไม่ดีเลยค่ะ

จริง ๆ วันนี้ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากบ่นไร้สาระไปวัน ๆ ใครเห็นต่าง อยากแย้ง หรือแก้ข้อมูลอะไรก็แปะไว้ตามสบายเลยนะคะ เราอยากรู้ความคิดเห็นของคนอื่น ๆ เหมือนกัน ยังไงก็มาแลกเปลี่ยนกันนะคะ แล้วก็ขอบคุณมากค่ะที่อุตส่าห์อ่านมาจนถึงตอนนี้

Advertisements